Pages

วันอาทิตย์, กุมภาพันธ์ 6

Ghost Malware

malware หน้าผี

เมื่อวานนี้ผมได้ร้องเรียนจาก เพื่อนสมาชิกให้ผม สืบหาไวรัสหน้าผี ให้ที ผมคิดต่อไปว่าคอมพิวเตอร์ นอกจากจะมีไวรัส แล้วยังมีผีอีกเหรอ ด้วยความอยากรู้ผมจึงขอข้อมูล และค้นคว้าว่าผีใน Internet หน้าตาเป็นเช่นไร




เอาละครับเรามาดูกันว่าว่าคอมพิวเตอร์ นอกจากจะมีไวรัส แล้วยังมีผีอีกเหรอ ด้วยความอยากรู้ผมจึงขอข้อมูล

ค้นไปพบว่ามีการ post กระทู้ไวรัสหน้าผี ใน pantip.com

ผมถามคนที่ติดไวรัสหน้าผี ว่าติดจากที่ไหน เขาก็บอกว่าให้ไปดูที่ web

web มานีมีตา ชื่อ web ก็ไม่น่าเข้าแล้วนะครับ แถมมีรูปให้ download กันอีกมากมาย ผู้ติดไวรัสกล่าวว่า ได้เลือก download file รวมภาพของ windows2000/XP

เอาล่ะเรามา Forensics กัน

1. ผมเริ่มเตรียมเครื่องใหม่ เพื่อจำลองสถานะการณ์ ลง windowsXP ที่ยังไม่มี program อะไร

2. ลง Tools ในการ Forensics เบื้องต้น ประกอบด้วย

FileMon , Regmon , Procexp , TCPview ใช้ 4 โปรแกรม ของ sysinternals

3. ตรวจสภาพว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราขณะที่ยังไม่ download จาก web ที่กล่าวว่ามีไวรัสหน้าผี

โดยใช้โปรแกรม Procexp

process ปกติเมื่อลงเครื่อง WindowsXP

ตรวจดูที่สภาวะการเปิด port connect และโปรแกรมต่างๆ

พบว่ามีการเปิด port ปกติดังนี้พบว่ามีโปรแกรมที่รอ connect เมื่อติดต่อ internet อยู่ คือ alg.exe , IEXPLORE.exe ,lsass.exe และ svchost.exe

เราจดและจำค่าพื้นฐานไว้นะครับ

4. เริ่มดาวโหลดโปรแกรมต้องสงสัย

เราดาวโหลดโปรแกรมรวมภาพ2/winxp/2000 file ชื่อว่า Internet11.com (นามสกุล file ก็ไม่น่าดาวโหลดแล้วครับเป็น .com มาเลย) พอโหลดโปรแกรมเสร็จแล้วดับเบิลคลิกจะพบข้อความดังภาพ เมื่อกด ok รอสักระยะ จะพบว่ามีรูปผีสาวญีปุ่นขึ้นมาแล้วมีเสียงกรีดร้อง เต็มจอ โผล่มาเป็นระยะๆ

5. เราวิเคราะห์ เครื่องกันว่าหลังจากดาวโหลด โปรแกรมดังกล่าวเสร็จแล้ว

มีโปรแกรมที่ชื่อว่า Scanreg.com โผล่มา

เริ่มมากันเยอะเลยครับ ลองเข้าไปดูที่ registry windows ดู

ดูสิครับนี้ยังไม่หมด ฝังใน registry หลายจุดเลย ที่พบหลายจุดเนื่องจากโปรแกรมผีญี่ปุ่นตัวนี้ ทำงานแล้วจะไปสั่งหลายส่วนใน registry windows ทำงานด้วยจาก file Scanreg.com นี้แหละ

7. แล้วเราจะเอามันออกล่ะ

พิมพ์ start -->run แล้วพิมพ์ regedit เข้าไปหน้า Registry Editor พิมพ์ค้นหา Scanreg และเจอตรงไหนให้ลบที่นั้น รู้สึกว่ายิ่งทิ้งนานก็ยิ่งเกาะหลายจุด

เข้าไปที่ HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\ShellNoRoam\MUICache พบว่ามีการสั่ง Start ทุกครั้งเมื่อเปิดเครื่อง เห็นเช่นนี้ก็ทำการลบ ส่วนนี้เสีย

ภาพนี้โชว์ให้เห็นว่าโปรแกรมตัวนี้จะแสดงทุก user ที่ logon เข้าเครื่องและเก็บค่าไว้ที่ startup ทุกครั้งที่เปิดเครื่องใหม่

จากนั้นเครื่องท่านจะกลับมาสงบอีกครั้ง

เท่าที่ผมดูแล้วไม่ใช่ไวรัสคอมพิวเตอร์ แต่เป็นโปรแกรมไม่พึ่งประสงค์หรือที่เรียกว่า malware ที่บอกว่าไม่ใช่ไวรัสคอมพิวเตอร์เนื่องจากยังดูแล้วไม่มีส่วนไหนที่ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์เสียหาย แต่อาจเกิดความลำคาญที่มี ผีโผล่มาทักทุกๆ 20-30 นาที แค่นั้นเอง และไม่ใช่ worm เพราะไม่มีการแพร่เชื้อไปเครื่องอื่น ผมขอเรียกว่า malware หน้าผีแล้วกันนะครับ

วิธีป้องกัน

1. ไม่ควรดาวโหลดโปรแกรมอันใดใน web ที่ไม่น่าเชื่อถือ ดูยากหน่อยนะ เมื่อไม่ทราบ ขอให้เครื่องของท่านมีระบบป้องกันภัยระดับหนึ่งเช่นมี anti-virus , personal Firewall หรือระบบตรวจจับอื่นๆ เสียก่อน และควร Update pacth บน windows บ่อยๆ โดยเฉพาะ patch ของ IE บราวเซอร์ที่เปิด Web นี้แหละครับ

2. เมื่อพบปัญหาเกิดขึ้นที่เครื่องแล้วควรต้องหาสาเหตุอย่างรวดเร็ว ไม่ควรติดแล้วติดเลยไม่แก้ไขเพราะถ้าเป็น worm หรือไวรัสชนิดอื่นที่ทำร้ายเครื่องจนเสียหายไปได้ เช่นเวลาเล่น Internet จะทำให้เครื่องช้ากว่าปกติมาก CPU เต็มบ่อยๆ เป็นต้น

3. ควรมีการ Backup ข้อมูลเป็นระยะๆ

เอาละครับ มาถึงช่วงสุดท้ายแล้ว ก็ขอให้โชคดีสำหรับการเล่น Internet ในยุคปัจจุบัน ซึ่งอุดมไปด้วยภัยคุกคาม แต่หากเรามีความตะหนักในการใช้งาน เราก็ป้องกันตัวเองได้ และอย่างไร ความรู้ของท่านสามารถถ่ายทอดให้กับคนไม่รู้ต่อไป เพื่อสร้างให้สังคม online เราแข็งแรง

ขอทิ้งท้ายอีกนิดครับ สำหรับผู้ดูแล web site ที่ปล่อยไวรัสคอมพิวเตอร์ หรือปล่อยให้ผู้อื่น โพส ข้อความที่ไม่เหมาะสม ควรต้องหันมาดูหน่อยนะครับเพราะว่าในอนาคตอาจมีกฏหมายที่เข้ามาดูแลตรงนี้ และผู้ดูแลระบบควรรับผิดชอบหาก web site ของท่านทำให้ผู้อื่นติดไวรัส หรือทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม อาจมีผู้เสียหายเอาฆ้อนมาทุบเครื่อง web server ท่านได้ ในบทความหน้าอาจนำตัวอย่างกฏหมาย Sarbanes-Oxley Act ที่เริ่มพูดถึงเรื่องพวกนี้บ้างแล้วใน อเมริกา

ตรุษจีนนี้ ขอให้มีความสุขทุกคน

นนทวรรธนะ สาระมาน
Nontawattana Saraman

6 กุมภาพันธ์ 2548

วันพฤหัสบดี, ธันวาคม 9

Personal Information is Not Secured enough In Cyberspace

ความเป็นส่วนตัวที่ไม่เพียงพอ

ความเป็นส่วนตัวที่ไม่เพียงพอ บนโลกอินเตอร์เน็ท

ลองคิดเล่นๆนะครับ ว่าหากมี คนหนึ่งที่อยู่ห่างไกล เฝ้ามองพฤติกรรมหลายๆอย่างของผู้คนผ่าน อินเตอร์เน็ท เขารู้ว่าคุณนิสัยอย่างไร ชอบอะไร มี password อะไร โดยที่เขาไม่รู้จักคุณเลย คุณคิดว่าอย่างไร คุณอาจคิดว่าเป็นไปไม่ได้ใช่ไหมครับ ผมจะแสดงถึงความเป็นไปไม่ได้ ให้คุณอ่านเผื่อว่า จะทำให้ทราบถึงว่าไม่มีความเป็นส่วนตัวในโลกอินเตอร์เน็ท

เครื่องมือมีอยู่ 2 ชิ้นครับ นั้นคือ

  1. การใช้ Program พวก Trojan Horse สามารถอ่านได้ที่ http://nontawattalk.blogspot.com/2004/10/trojan-optix-pro.html
  2. การใช้ search engin google

บทความนี้ผมของเน้นที่การใช้ search engine เพื่อค้นหา ความลับหรือเรื่องส่วนตัวผู้อื่น

ทางค้นหาแบบพื้นฐาน เช่นผมต้องการ หานางสาว A นามสกุล B ผมก็ค้นหาตรงๆ จาก google เลยว่า นางสาว A B นี้เป็นใครเคยทำอะไรไว้ หรือ ค้นหาจาก e-mail address เขาเพื่อว่าเขาเคยไป post กระทู้ไหนบ้างในโลกอินเตอร์เน็ท หากมีข้อมูลผมก็ทราบข้อมูลพื้นฐานของนางสาวผู้นี้ได้ เช่น อุปนิสัยในการใช้อินเตอร์เน็ท , รูปภาพ รวมถึงการแสดงความคิดเห็นในเว็ปสาธารณะ

แต่นับจากนี้ผมจะเสนอการค้นหาที่ลึกซึ้งขึ้นไปอีก โดยที่เสนอทั้งหมดนี้ขอให้ระมัดระวังในการใช้งานด้วยนะครับ เพราะว่าทำให้ทราบถึงข้อมูลเจ้าของข้อมูลคงไม่อยากเปิดเผย แต่ข้อมูลเหล่านั้นเปิดเผยได้จากการใช้ google

10 การค้นหาที่อันตรายต่อข้อมูลลับ

1. ดู Network Camera ผู้อื่น โดยค้นหาจาก google

ค้นหาคำว่า "powered by webcamXP" "Pro|Broadcast" พบว่าจะเห็นภาพผู้ใช้ webcamXP หากติดตั้งโปรแกรมนี้แล้วทิ้งไว้ ระวังมีคนแอบดูนะครับ

คนที่ติด webcam ไว้ที่บ้านหรือที่ทำงาน สามารถเข้าไปดูได้โดยใช้ google ค้นหา

2. ค้นหา password จาก google

ค้นหาคำว่า filetype:log inurl:"password.log" จะพบ password.log ที่เกิดขึ้นใน web server

3. ใช้การค้นหา ช่องโหว่ที่เกิดจาก FrontPage /_vti_pvt/services.pwd จะพบว่ามีหลาย web ในโลกที่ยังคงแสดงผลให้เห็นถึง password นั้น ดูภาพข้างล่างนี้

4. ค้นหาค่า error ที่เกิดจากการติดต่อส่งค่าของ database ข้อมูลพวก Shopping Cart ที่เป็นข้อมูลลับก็เปิดเผยออกมา

5. ใช้ google hack google เอง คงได้ยินว่า gmail เป็น mail ที่ google ให้บริการ mail box ให้เนื้อที่ 1G

แต่ผู้สมัครต้องได้รับเชิญจากผู้ที่มีสิทธิเสียก่อน

เราก็ใช้ google นี้แหละค้นหา เพื่อให้เราได้ใช้ gmail ฟรีๆ โดยที่ไม่ต้องรู้จักใครที่สมัคร gmail มาก่อน

ค้นหาคำว่า intext:gmail invite intext:http://gmail.google.com/gmail/a

6. ดู log IDS/Firewall จาก google

ค้นหา คำว่า "SnortSnarf alert page" จะพบ URL ที่ใช้โปรแกรม snortSnarf และเห็น log IDS ที่แจ้งเตือนมาในระบบเครือข่ายของ URL ที่เราค้นหาอยู่

ค้นหาคำว่า "Output produced by SysWatch *" เพื่อดู system watch ของเครื่อง web server

ค้นหาคำว่า “ ACID "by Roman Danyliw" filetype:php ” ดูหน้าจอ IDS Console จากโปรแกรม ACID

7. ค้นหารายงานเครื่องการตรวจสอบระบบเครือข่าย

ค้นหาคำว่า " Network Host Assessment Report" "Internet Scanner" จะทำให้เราเห็นผลการตรวจสอบของ Product Internet Scanner

ค้นหาคำว่า "This file was generated by Nessus" จะทำให้เราทราบผลการตรวจสอบของโปรแกรมที่ชื่อ Nussus ทำให้เราทราบช่องโหว่ของระบบเครือข่ายที่ Scan ด้วย ง่ายในการเจาะระบบขึ้น

8. ค้นหา speed ของ router เครื่องชาวบ้าน

ค้นคำว่า intitle:"SpeedStream Router Management Interface"

9. เข้าสู่ folder ที่ไม่เปิดเผย ของ Web server IIS โดยค้นหาคำว่า " Microsoft-IIS/* server at" intitle:index.of จะพบว่า

10. การ Dump Database .sql อันนี้อันตรายมากครับ เพราะข้อมูลที่เก็บใน Database ถือว่าเก็บข้อมูลทั้งลับและไม่ลับ อันที่ลับก็ทำให้เกิดปัญหาได้มากเหมือนกัน การ Dump Database ตัวนี้สามารถทำได้ดีกับคนที่ใช้โปรแกรม phpmyadmin ดูที่ภาพละกันครับ

เอาแค่นี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวความลับจากสวรรค์จะหลุดไปสู่ ผู้ไม่หวังดีเสียก่อน

ก่อนจบทุกครั้งผมจะเสนอแนวทางป้องกันเสมอ

ครั้งนี้ ป้องกันลำบากหน่อยครับเพราะ google เป็น search engine ที่ได้รับความนิยมสูง

วิธีหนึ่งที่ทำได้คืออย่าพยายามลงแบบ default เพราะจะติดค่าเริ่มต้น ทำให้สะดวกในการค้นหาได้

และอีกทาง วันหนึ่งในอนาคต google อาจให้สมัครเป็นสมาชิกก่อน ถึงจะค้นหาข้อมูลได้ ก็เป็นได้

มาถึงตรงนี้ผมอาจจะชี้โพรงให้กระรอกแต่ก็ขอให้ผู้ที่อ่านบทความนี้ พึ่งรู้ไว้

ไม่ใช่ ใช้ความรู้ในทางที่ผิดนะครับ

*** บทความนี้มีจุดประสงค์ เขียนไว้เพื่อเป็นกรณีศึกษา การคัดลอกหรือทำไปเผยแพร่ ต้องได้รับการขออนุญาตจากบริษัท Global Technology Integrated

นนทวรรธนะ สาระมาน
Nontawattana Saraman

9/01/47

วันเสาร์, ตุลาคม 23

การตรวจจับ Trojan Optix Pro

SRAN Web Application Network Security Monitoring การตรวจจับ Trojan Optix Pro 1.33

อุปกรณในการทดลอง

1. คอมพิวเตอร PC Windows 2000 Pro 1 เครื่อง

2. Lab Top Windows XP Pro 1 เครื่อง

3. SRAN Web Application Network Security Monitoring 1 Box


ภาพประกอบการทดลอง


1. PC Windows 2000 Pro IP 192.168.1.229 เปนเครื่องที่ติด Trojan Optix
2. Laptop Windows XP Pro IP 192.168.1.45 เปนเครื่องที่ควบคุมเครื่องที่ติด Trojan
3. SRAN Web Application Network Security Monitoring IP 192.168.1.209 เปนเครื่องตรวจขอมูลที่ผานเขาออกในระบบเครือขาย

ผลการทดลอง

สราง file optix builder

เพื่อกำหนด server port และคา config เพื่อใหเหยื่อดาวโหลด และเปด file ขึ้น



fileที่สรางชื่อ snare เปน file media player ซึ่งเปนการหลอกใหเหยื่อติดกับไดงาย

กำหนดคาใหผูที่ติด Trojan optix ไป connect ที่ server irc โดยในที่นี้ กำหนดการติดตอไปที่ irc.sran.net port 7000



กำหนดใหผูติด optix เขาหอง #sran


เมื่อเปดโปรแกรม TCPview ในเครื่องที่ติด optix จะพบวามีการสราง file ชื่อ msiexec16.exe และ file นี้เปด port 9669 และทำการ connect ไปที่ server irc.sran.net




พบวาเครื่องที่ติด Trojan Optix จะทำการ join เขา irc.sran.net หอง sran และใช nick ที่ทำการสุมขึ้นโดยในที่ใช nick ชื่อ nvhhujytjbc สวนผูที่สราง Trojan เขามาหอง sran พรอมพิมพกลางหองวา sran ซึ่งเปนคาใหบอทบอกสถานภาพเครื่องของตนเพื่อทำการ remote เขาไป โดยสวนแรกจะบอก IP address ในที่เปน IP 192.168.1.229 ชื่อ Computer เปน GLOBALTE-92BTBE userเครื่อง Administrator user ที่ใชในการ remote ชื่อ snare port 9669 password ในการ remote คือ yahoo หากเครื่องใดมี webcam ที่เปดก็สามารถมองเห็นผูใชงานไดทันที


เมื่อเปด โปรแกรม Ethereal ซึ่งเปน sniffer ในเครื่องผูติด Trojan optix จะพบวามีการสงขอมูลสำหรับเครื่อง client ที่มี โปรแกรม optix client ไวสำหรับ remote และในคา payload มี identify header optix pro v1.33 อยู



ในเครื่อง client สามารถพิมพ command ไดเหมือนนั่งอยูในเครื่องนั้นเอง โดยในที่เครื่อง remote พิมพ command netstat –a จากเครื่องที่ติด Trojan optix

สามารถรูถึงเครื่องที่ติด Trojan optix วาตอนนี้เปดโปรแกรมอะไรอยูบางในเครื่องจาก Optix pro client




สามารถดูคา Computer Information ของเครื่องที่ติด Trojan optix ได ผานหนาจอ optix pro client





สามารถ capture หนาจอเครื่องที่ติด Trojan Optix ได




ผลการดักจับ packet ที่เกิดขึ้นจากตัว SRAN Web Application Security Monitoring พบวามีการสงคาระหวางเครื่อง IP 192.168.1.229 ซึ่งติด Trojan Optix สงคาไปที่ server irc.sran.net โดยมีคา Payload เปน PING : 4B37FB57 ตลอดเวลา


นนทวรรธนะ สาระมาน
23/10/47