Pages

วันพฤหัสบดี, มีนาคม 28

การป้องกันข้อมูลส่วนตัวกับ UNtracked อินเทอร์เน็ตล่องหน

อุปกรณ์ป้องกันข้อมูลและการสอดแนมทางอินเทอร์เน็ต UN-Tracked
จุดกำเนิดของการทำ UN-Tracked ขึ้นก็ตอนที่นายเอ็ดเวิร์ด โจเซฟ สโนว์เดน อดีตนักวิเคราะห์ข่าวกรอง ชาวอเมริกัน ซึ่งได้ปล่อยข่าวรายละเอียดของการสอดแนมข้อมูลจากสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ (NSA) ของสหรัฐ ให้กับหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียนของอังกฤษ ว่าทาง NSA ได้มีการดักฟังรายการทางอินเทอร์เน็ตของผู้นำรวมถึงประชาชนทั่วโลกจากเนื้อหาข้อมูลที่ได้รับจากบริษัทใหญ่ชั้นนำของโลกไม่ว่าเป็น Google , Microsoft , Facebook , Yahoo , Youtube เป็นต้น 

อีกทั้งการรุดหน้าของเทคโนโลยีสื่อสารและการเชื่อมต่อโครงข่ายอินเทอร์เน็ตอาจมีการดักรับข้อมูล (Sniffing) ทั้งในองค์กร ผ่านระบบ LAN และ Wireless LAN หรือ Wi-Fi และนอกองค์กรจากฝั่งผู้ให้บริการ อินเทอร์เน็ต (ISP) โดยอาจใช้เครื่องมือ (Tools) ที่สามารถอ่านวิเคราะห์เนื้อหาของข้อมูล (Payload) จากการรับ-ส่งข้อมูลผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตได้  ดังนั้นจึงได้มีการออกแบบฮาร์ดแวร์ที่สะดวกในการใช้งาน

คุณสมบัติ

1. เป็นอุปกรณ์ที่เข้ารหัสเส้นทางในการติดต่อสื่อสาร (Encryption Routing)
2. ป้องกันการดักฟังผ่านโครงข่ายภายในและอินเทอร์เน็ต (Anti Sniffer)
3. ป้องกันการตรวจตาม่ร่องรอยค่าไอพีแอดเดรสจาก Log file ของระบบ (Don't Tracking)
ด้วยคุณสมบัติทั้ง 3 รวมเรียก "UN Tracked" Defend Privacy Data and against Internet Surveillance

สิ่งที่ได้รับจากการใช้ "UN Tracked"
1. เมื่อใช้อุปกรณ์ UN-Tracked คุณจะปลอดภัยจากการดักข้อมูลไม่ว่าเป็นการดักข้อมูลจากเครือข่ายภายในองค์กร  เครือข่ายสาธารณะแบบไร้สาย  รวมถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ได้รับการให้ค่าไอพีแอดเดรส (Public IP) จากผู้ให้บริการ (ISP : Internet Services Provider)
2. มีความมั่นใจในการใช้ทุก Application บนสมาร์ทโฟนว่าจะมีการดักอ่านข้อมูลกลางทาง (MITM : Man In The Middle attack) ไม่ว่าเป็นการใช้งาน Browser IE , Chrome , Firefox , โปรแกรม Chat LINE , Whatapps MSN และการติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ ได้แก่  Facebook , Twitter , Instargram , youtube  เป็นต้น
3. Log file ที่ปรากฏในเว็บเซิร์ฟเวอร์ หรือเซิร์ฟเวอร์บริการอื่นๆ ที่เราเข้าไปใช้บริการจะไม่สามารถตรวจหาค่าไอพีแอดเดรสที่แท้จริงของเราได้
4. ป้องกันภัยจากโปรแกรมสคิปเพื่อติดตามตัวตนจากเราจากการเปิดบราวเซอร์ ประเภทพวก Java Script , ajax (เช่นพวก Web Analytic , Web Stats เป็นต้น หรือเป็นการป้องกันประเภท malicious exploit จากฝั่ง Server ที่ต้องการติดตามร่องรอยค่าไอพีแอดเดรสจากเรา โดยที่เราไม่จำเป็นต้องลงโปรแกรมเสริมใดๆ ก็สามารถป้องกันสิ่งเหล่านี้ได้จากการใช้ UN-Tracked

จัดเป็นฮาร์ดแวร์ที่พร้อมใช้งานและสะดวกในการติดตั้งขนาดกะทัดลัดและสามารถรองรับการใช้งานได้หลายๆเครื่อง Client พร้อมกัน

ภาพที่ 1 UN-Tracked Hardware ขนาดเท่าของจริง

ภาพที่ 2 การติดตั้ง UN Tracked บนเครื่อข่าย
การติดตั้ง UN Tracked สามารถติดตั้งได้ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน การติดตั้งเหมือนกันคือฮาร์ดแวร์ UN-Tracked จะมีการ์ดแลน 10/100/1000 จำนวน 4 Port   ประกอบด้วย
Port ที่ 1 ETH0  ติดตั้งไปกับ Router  หรือ Switch  เพื่อรับค่า DHCP จาก Gateway ได้ส่วน Port 3 , 4 คือ ETH2, ETH3  สามารถติดตั้งรับ VLAN หากเป็นระบบเครือข่ายขนาดกลางและใหญ่  
ส่วน ETH1 ใช้สำหรับ UN-Tracked Interface  เพื่อใช้อำพรางตัวตนเพื่อป้องกันการดักฟังทุกกรณีและมีการเข้ารหัสบนเส้นทางการติดต่อสื่อสาร


 ภาพที่ 3 คุณสมบัติฮาร์ดแวร์ของ UN-Tracked ด้วยรุ่นที่ทำขึ้นสามารถรองรับการใช้งานพร้อมกันได้ถึง 50 เครื่อง

วันพฤหัสบดี, มีนาคม 14

ความปลอดภัยบนเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ควรเอาใจใส่

การถูกเจาะระบบความปลอดภัยของเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซได้เพิ่มขึ้นจนกลายเป็นเรื่องที่พบเห็นหรือได้ยินบ่อยครั้งแล้วในสมัยนี้ ผลรายงานความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ทั่วโลกของSpiderLabsในปี 2012ได้ระบุว่า กว่า 20% ของเหตุภัยที่เกิดขึ้นนั้นมีเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซเกี่ยวข้องด้วย โดยมีอัตราส่วนเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 9%ซึ่งเกือบ40% ของเหตุภัยดังกล่าวเกิดขึ้นในทวีป Asia-Pacificโดยเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นจากทั่วโลกเหล่านี้มีแรงจูงใจเพื่อการขโมยข้อมูลบัตรเครดิตเป็นเสียส่วนใหญ่
เพื่อเป็นการเสริมการป้องกันต่อการโจมตีที่มุ่งเป้าไปยังระบบอีคอมเมิร์ซ, เราจะต้องมีความรู้ความเข้าใจข้อเท็จจริงของความปลอดภัยในระบบอีคอมคอมเมิร์ซให้มากยิ่งขึ้นไปกว่านี้ และจากประสพการณ์ของพวกเราที่ผ่านมานั้น โดยทั่วไปแล้วการรับชำระค่าสินค้าและบริการส่วนมากบนเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซจะมีสามวิธีดังนี้
การจัดเก็บข้อมูลและดาวน์โหลด
วิธีการนี้เป็นวิธีการที่มักใช้โดยกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อย โดยเฉพาะกลุ่มที่มีการนำระบบร้านค้าออนไลน์เข้ามาเสริมกับร้านค้าจริง ซึ่งร้านเหล่านี้จะมีเครื่องมือรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตแล้ว ดังนั้นเมื่อมีการสั่งซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ ผู้ประกอบการจะทำการดำเนินการใส่ข้อมูลบัตรเครดิตของลูกค้าลงในเครื่องเพื่อชำระเงินทีละรายการด้วยตนเอง
ผลลัพท์จากวิธีการดังกล่าว ส่งผลให้ข้อมูลบัตรเครดิตของลูกค้าถูกจัดเก็บไว้ที่ไหนสักแห่ง โดยมากมักเป็นบนเว็บเซิฟเวอร์
ชำระผ่านอินเทอร์เฟซเกตเวย์ของผู้ให้บริการ
กลุ่มผู้ประกอบการรายที่ใหญ่ขึ้นมามีความเป็นไปได้สูงที่จะใช้วิธีการนี้ เพราะด้วยเหตุผลที่ว่ามันช่วยให้การรับชำระเงินเป็นไปได้ไม่ติดขัด และยังช่วยตรวจสอบสถานะบัตรเครดิต ณ เวลานั้นๆด้วย ซึ่งเมื่อลูกค้าให้ข้อมูลบัตรเครดิตแก่เว็บไซต์ของผู้ประกอบการแล้วในระหว่างขั้นตอนการคิดราคารวมสินค้าทั้งหมด ระบบจะทำการส่งข้อมูลเหล่านั้นไปยังเกตเวย์ของผู้ให้บริการบัตรเครดิตโดยตรงเพื่อตรวจสอบสถานะ ทำให้ข้อมูลบัตรเครดิตของลูกค้าไม่ถูกเก็บลงในระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ประกอบการ และช่วยให้ลูกค้าไม่จำเป็นต้องถูกระบบเปลี่ยนหน้าเพจไปยังเว็บไซต์อื่นๆเพื่อชำระเงิน
ชำระผ่านเกตเวย์ของผู้ให้บริการโดยตรง
จุดมุ่งหมายของวิธีการนี้คือ เพื่อยืนยันให้ชัดเจนว่าข้อมูลบัตรเครดิตของลูกค้าจะไม่มีปรากฎในเว็บไซต์ของร้านค้าเลย โดยเมื่อลูกค้าได้เข้าสู่ขั้นตอนการคิดยอดค่าชำระแล้ว ลูกค้าจะถูกนำไปยังระบบของผู้ให้บริการ เพื่อให้ข้อมูลบัตรเครดิตและหักเงินจากยอดชำระของรายการสั่งซื้อ
วิธีการชำระผ่านเกตเวย์โดยตรง และผ่านอินเทอร์เฟซเกตเวย์นั้นมีความคล้ายคลึงกันมาก เว้นแต่ช่องแบบฟอร์มที่ลูกค้าจะต้องทำการกรอกข้อมูลบัตรเครดิตเพื่อชำระเงินนั้นมาจากคนละเว็บไซต์ ข้อมูลเหล่านั้นจะถูกส่งไปยังผู้ให้บริการโดยตรงหากเป็นวิธีการชำระผ่านเกตเวย์โดยตรงในขณะที่การชำระผ่านอินเทอร์เฟซเกตเวย์ ข้อมูลจะถูกส่งไปที่เว็บไซต์ของร้านค้าก่อนที่จะถูกนำไปส่งที่ผู้ให้บริการโดยอัตโนมัติอีกทอดหนึ่ง
ในบางสภาวะนั้นทั้งสามวิธีการดังกล่าว สามารถตกเป็นเป้าจากการโจมตีในรูปแบบเหล่านี้ได้:
  1. ข้อมูลที่ถูกจัดเก็บไว้ –แฮคเกอร์ใช้การค้นหาตำแหน่งของไฟล์ที่มีการบันทึกข้อมูลบัตรเครดิตไว้ และคัดลอกเอาออกมา มักเกิดขึ้นกับผู้ประกอบการที่เลือกใช้วิธีการ “จัดเก็บข้อมูลและดาวน์โหลด” และในบางครั้งเองก็อาจเกิดกับวิธีการ “ชำระผ่านอินเทอร์เฟซเกตเวย์ของผู้ให้บริการ” ได้ด้วยหากผู้ประกอบการเกิดความเผลอเรอ
  2. ช่วงระหว่างการรอส่งข้อมูลให้ผู้บริการ–เนื่องจากวิธีการชำระผ่านอินเทอร์เฟซเกตเวย์นั้นจะไม่มีข้อมูลบัตรเครดิตถูกเก็บไว้ในระบบของร้านค้าเลย ดังนั้นแฮคเกอร์จึงต้องทำการดักจับข้อมูลในช่วงระหว่างที่เว็บไซต์ร้านค้ากำลังเตรียมนำข้อมูลบัตรเครดิตที่ลูกค้ากรอกลงในแบบฟอร์มชำระเงิน ส่งให้กับผู้ให้บริการ การดักจับข้อมูลจะกระทำโดยการบันทึกข้อมูลทุกรายการที่มีการระบุให้ส่งไปที่ผู้ให้บริการลงในไฟล์เพื่อที่จะได้ดาวน์โหลดหรืออีเมล์ออกมาดูได้
  3. เหยื่อล่อ และการสับเปลี่ยน–ในขณะที่การใช้วิธีการชำระผ่านเกตเวย์ของผู้ให้บริการโดยตรงจะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกขโมยข้อมูลลงไปได้มาก แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผู้ประกอบการสามารถทำให้เสี่ยงดังกล่าวหมดไปได้อย่างสิ้นเชิง ด้วยการเปลี่ยนแปลงการส่งข้อมูลบัตรเครดิตที่ลูกค้าได้ทำการกรอกลงไป
ตัวอย่างเช่น แฮคเกอร์อาจทำการแฮคเว็บไซต์ร้านค้าให้ทำการแสดงแบบฟอร์มกรอกข้อมูลปลอมแทนที่จะเป็นแบบฟอร์มจากผู้ให้บริการจริงๆ ซึ่งเมื่อมีการกรอกข้อมูลลงไปแล้ว ข้อมูลจะถูกสำเนาออกเป็นสองชุด โดยชุดแรกจะถูกส่งไปที่ผู้ให้บริการจริง ในขณะที่อีกชุดจะส่งไปให้แฮคเกอร์เอง ทำให้ลูกค้าและตัวผู้ประกอบการเองไม่สามารถรู้ตัวได้ว่าถูกขโมยข้อมูลแล้ว
หน้าที่ส่วนหนึ่งของผู้จัดทำบทความนี้คือการให้บริการตอบสนองกับภัยคุกคามที่เกิดขึ้น  ซึ่งต้องมีการสอบถามผู้ประกอบการที่ถูกขโมยข้อมูลบัตรเครดิตไป และมีจำนวนไม่น้อยที่ได้โต้แย้งว่าข้อมูลของพวกเขามีความปลอดภัย ไม่เกิดการรั่วไหลออกไปได้ ด้วยเหตุผลเหล่านี้:
  • ไม่เคยเก็บบันทึกข้อมูลบัตรเครดิตไว้เลย
  • ข้อมูลบัตรเครดิตมีการเข้ารหัสไว้
  • มีการนำเอาระบบ SSLมาใช้ ดังนั้นเว็บไซต์ร้านค้าจึงปลอดภัย
  • ข้อมูลบัตรเครดิตมีความปลอดภัยเพราะได้รับการรับรองมาตรฐาน PCI-DSS แล้ว
  • ร้านค้าเล็กๆไม่น่าจะตกเป็นเป้าของแฮคเกอร์ได้
ไม่เคยเก็บบันทึกข้อมูลบัตรเครดิตไว้เลย
เมื่อผู้ประกอบการยกเหตุผลนี้ขึ้นมา นั่นหมายถึง “เราไม่ได้มีความตั้งใจที่จะจัดเก็บข้อมูลบัตรเครดิตในระยะยาวเลย”เพราะผู้ประกอบการทุกคนต่างก็ทราบอยู่เสมอว่าพวกเขาไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเก็บข้อมูลเหล่านั้นไว้เมื่อถึงจุดๆหนึ่งที่ทำรายการเก็บค่าชำระแล้วแต่การทำเช่นนั้นซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิธีการ “จัดเก็บข้อมูลและดาวน์โหลด” จะต้องมีการเก็บข้อมูลบัตรเครดิตไว้ระยะเวลาหนึ่งก่อนที่ข้อมูลบัตรจะถูกนำไปใช้ชำระเงินทีละรายการ โดยภายหลังจากขั้นตอนนี้แล้วผู้ประกอบการจะทำการลบข้อมูลบัตรเครดิตออกจากระบบของพวกเขา
จากประสพการณ์ที่ทางผู้จัดทำบทความนี้ได้พบมานั้น น้อยครั้งนักที่ข้อมูลดังกล่าวจะถูกลบออกไปได้จนหมดสิ้น เพราะว่าผู้พัฒนาโปรแกรมรังเกียจการสูญหายของข้อมูล ดังนั้นโปรแกรมสำหรับการจัดการร้านค้าส่วนใหญ่จึงถูกปรับแต่งให้ทำการเปลี่ยนสถานะการรายการสั่งซื้อจากแจ้งความประสงค์ในการสั่งซื้อให้กลายเป็นสถานะถูกส่งสินค้าไปแล้ว และซ่อนข้อมูลอื่นๆของรายการสั่งซื้อ รวมไปถึงข้อมูลการชำระเงินของลูกค้าไว้มากกว่าการลบออกไป นอกจากนี้ในบางโปรแกรมยังได้มีค่าการปรับแต่งเริ่มต้นให้ทำการสำรองข้อมูลทั้งหมดไว้ที่ฐานข้อมูลเป็นประจำอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาถึงประเด็นข้างต้นที่กล่าวมา ช่วงเวลาดังกล่าวหากข้อมูลมีการจัดเก็บไว้ในระบบแม้แต่เพียงวินาทีเดียว ก็เป็นสิ่งเคลือบแคลงใจที่จะเกิดความเป็นไปได้ว่าข้อมูลจะถูกขโมยออกไปได้โดยแฮคเกอร์ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักมีความเชื่อที่ผิดๆว่า แฮคเกอร์จะต้องทำการเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเว็บไซต์ร้านค้าตลอดเวลา และขโมยข้อมูลบัตรเครดิตจากรายการสั่งซื้อที่เพิ่มเข้ามาเก็บไว้ทีละรายการ แต่จากประสพการณ์ของผู้จัดทำบทความได้พบว่าแฮคเกอร์เหล่านี้ใช้ระบบอัตโนมัติเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและลดเวลาในการปฏิบัติการ เช่นการใช้สคริปต์ควบคุมให้คอมพิวเตอร์ของพวกเขาตรวจสอบรายการสั่งซื้อเข้าใหม่จากเว็บไซต์ร้านค้าเป้าหมายได้ทุกๆ 5นาที
นอกจากนี้ยังเคยปรากฏการขโมยข้อมูลผ่านอินเทอร์เฟซของเกตเวย์ผู้ให้บริการอีกด้วย ในกรณีนี้มักเกิดจากข้อมูลในบัตรเครดิตถูกบันทึกไว้ในไฟล์ log โดยอุบัติเหตุ แม้ตัวผู้ประกอบการไม่ได้จงใจให้เกิดเหตุเช่นนั้น เช่น หน้าที่การบันทึกไฟล์ log ที่มาพร้อมกับโปรแกรมจัดการ, จากตัวระบบเอง, หรือการตั้งค่าติดตั้งที่มิได้รับการเปลี่ยนกลับครั้งเมื่อผู้ประกอบการทดสอบการติดตั้งโปรแกรมจัดการ
ข้อมูลบัตรเครดิตมีการเข้ารหัสไว้
หากผู้ประกอบการยกเหตุผลว่าข้อมูลบัตรเครดิตถูกเข้ารหัสไว้ คำถามที่เกิดขึ้นจะตามมานั้นคือ “เยี่ยมไปเลย –แต่พวกคุณทำอย่างไรถึงจะเห็นข้อมูลเหล่านั้นเวลาทำรายการคิดค่าชำระ?” คำตอบที่ได้รับนั้นมักระบุว่า ข้อมูลได้ถูกถอดรหัสเรียบร้อยปรากฏอยู่ที่หน้าจอให้แล้ว เมื่อเข้าไปทำรายการด้วยบัญชีที่ลงทะเบียนไว้ ซึ่งแน่นอนว่ามันควรจะต้องเป็นเช่นนั้น, เพราะผู้ประกอบการยังจำเป็นต้องนำข้อมูลบัตรเครดิตมาทำรายการด้วยตนเอง ดังนั้นโปรแกรมจัดการจึงต้องมีวิธีการบางอย่างเพื่อถอดรหัสไว้ด้วย
ถึงแม้ความเป็นไปได้ที่ข้อมูลบัตรเครดิตถูกเข้ารหัสไว้อย่างรัดกุม และช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ในขณะที่ป้องกันมิให้แฮคเกอร์เห็นข้อมูลใดๆ (เช่น โปรแกรมจัดการซื้อขายของ LiteCommerceที่มีการเข้ารหัสแบบอสมมาตร ตามมาตรฐาน GPG)มากกว่า การเข้ารหัสด้วยกุญแจเพียงดอกเดียว แต่นั่นหมายถึงกระบวนการเข้ารหัสที่ด้วยกุญแจที่ถูกจัดเก็บไว้ในสถานที่เดียวกันและสามารถถูกเรียกใช้ได้ตลอดเวลาโดยเว็บแอพพลิเคชั่น
การเข้ารหัสประเภทดังกล่าวมักไม่มีผลต่อแฮคเกอร์ที่สามารถแฮคเข้าเว็บไซต์ของร้านค้าได้เรียบร้อยแล้ว
เมื่อแฮคเกอร์พบว่าข้อมูลที่ตนเองต้องการได้ถูกเข้ารหัสไว้ พวกเขาจะมองหาวิธีการถอดรหัสข้อมูลโดยวิเคราะห์จากโค้ดโปรแกรม เมื่อนำโค้ดในการถอดรหัสมาเรียบเรียงเขียนขึ้นใหม่ก็จะสามารถถอดรหัสเพื่อดูข้อมูลที่อยู่ข้างในได้
มีการนำเอาระบบ SSL มาใช้ ดังนั้นเว็บไซต์ร้านค้าจึงปลอดภัย
ใบรับรองSSLเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของความปลอดภัยบนเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ โดยมีจุดประสงค์เพื่อปกป้องข้อมูลที่ถูกส่งผ่านจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์หรือลูกค้าไปถึงเครื่องเซิฟเวอร์ของร้านค้า  โชคไม่ดีนักที่มันไม่ทำให้ข้อมูลมีความปลอดภัยเพิ่มขึ้นเลย เพราะเมื่อข้อมูลได้เดินทางถึงเครื่องเซิฟเวอร์ของร้านค้าแล้ว ใบรับรองSSL จะไม่สามารถป้องกันข้อมูลจากการถูกแฮคเว็บไซต์ร้านค้าโดยตรงได้
ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักมีความเข้าใจผิดว่าใบรับรอง SSLจะสามารถช่วยป้องกันการโจมตีจากแฮคเกอร์ได้ทุกชนิด โดยเฉพาะกลุ่มรายย่อย
ข้อมูลบัตรเครดิตมีความปลอดภัยเพราะได้รับการรับรองมาตรฐาน PCI-DSS แล้ว
ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยที่มีการจ้างวานให้หน่วยงานที่สามเข้ามาดูแลจัดการตามมาตรฐาน PCI-DSS ซึ่งหลายต่อหลายครั้งผู้ประกอบการมีความเชื่อว่าหากผ่านมาตรฐานแล้ว พวกเขาจะไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยอีก
ซึ่งน่าเสียดายว่าความเชื่อเหล่านี้ไม่เป็นความจริง –ความปลอดภัยบนเว็บไซต์ของร้านค้ายังเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อข้อมูลส่วนตัวและบัตรเครดิตของลูกค้า เพราะหากแฮคเกอร์สามารถที่จะเข้าไปขโมยข้อมูลเหล่านั้นออกมาได้ด้วยการแก้ไขการทำงานของเว็บไซต์หากสามารถแฮคเข้าไปควบคุมเครื่องเซิฟเวอร์ของร้านค้าได้สำเร็จ
หากผู้ประกอบการเลือกใช้วิธีการคิดค่าชำระผ่านอินเทอร์เฟซเกตเวย์ แฮคเกอร์จะใช้การอีเมล์ข้อมูลบัตรเครดิตส่งมาให้ ในช่วงขั้นตอนการคิดราคาสินค้าเพื่อชำระเงินและเตรียมส่งให้ผู้บริการบัตรเครดิตตรวจสอบสถานะของบัตร
ส่วนวิธีการชำระผ่านเกตเวย์โดยตรงนั้น แฮคเกอร์สามารถลวงให้ผู้ซื้อสินค้ากรอกข้อมูลบัตรเครดิตที่เว็บไซต์เกตเวย์ปลอมที่ได้สร้างขึ้นมาเตรียมไว้ จากนั้นทำการสำเนาข้อมูลการซื้อขาย แล้วส่งไปให้ที่เกตเวย์ของจริงอีกครั้งหนึ่ง ทำให้ผู้ประกอบการได้รับใบเสร็จจากการชำระเงิน และไม่เป็นที่สงสัยด้วย
ร้านค้าเล็กๆไม่น่าจะตกเป็นเป้าของแฮคเกอร์ได้
นี่อาจเป็นสาเหตุหลักที่ส่งผลให้เกิดแนวโน้มภัยคุกคามต่อเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซมากที่สุด ผู้ประกอบการรายย่อยเกือบทุกรายที่ผู้จัดทำบทความได้เคยสอบถามได้เปิดเผยว่าพวกเขามีความเชื่อที่ว่าแฮคเกอร์มักมุ่งเป้าโจมตีไปที่บริษัทที่มีธุรกิจขนาดใหญ่ และถึงกับจินตนาการไปว่าในเวลาดังกล่าวจะต้องมีแฮคเกอร์จำนวนมากกำลังขบคิดหาวิธีโจมตีบริษัทใหญ่ๆเหล่านั้นอยู่
ในความเป็นจริงนั้น แฮคเกอร์เกือบทั้งหมดมักไม่มีความสนใจว่าเป้าหมายของพวกเขาจะมีความใหญ่โตทางด้านธุรกิจเพียงใด ในทางกลับกันพวกเขามุ่งเป้าไปที่การพยายามเจาะระบบรักษาความปลอดภัยที่ใช้โดยผู้ประกอบการธุรกิจ เพราะสามารถพัฒนาเครื่องมือเพื่อใช้ในการแฮคได้ง่าย
นอกจากนี้แล้วพวกเขายังมีทัศนคติในเชิงบวกอีกด้วย หากระบบที่ถูกแฮคจะมีข้อมูลบัตรเครดิตเพียงไม่กี่ใบก็ตาม พวกเขาก็เลือกที่จะลงมือแล้วหาเหยื่อรายถัดไป และเมื่อรวมกับการนำระบบขโมยข้อมูลที่ทำงานโดยอัตโนมัติแล้ว ทำให้มีค่าใช้จ่ายน้อย และสามารถกระทำการได้อย่างต่อเนื่อง
เพราะเหตุฉะนี้เอง เป้าหมายการโจมตีจึงตกไปอยู่กับกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยซึ่งมักใช้โปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ที่ฟรีหรือถูก แต่ไม่มีประสิทธิภาพในการป้องกันภัยได้ดีพอ
แล้วเช่นนี้บทเรียนอะไรบ้างที่ผู้ประกอบการธุรกิจควรจะต้องทราบไว้ ?แนวทางง่ายๆด้านล่างนี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตีโดยภัยคุกคามได้ ดังนี้:
1.ไม่เก็บบันทึกข้อมูลบัตรเครดิต, มีเพียงบางสถานการณ์เท่านั้นที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเก็บข้อมูลบัตรเครดิตไว้กับเครื่องเซิฟเวอร์ตัวเอง ผู้ประกอบการรายย่อยควรเลือกใช้วิธีชำระผ่านเกตเวย์โดยตรงโดยที่ไม่มีข้อมูลถูกจัดเก็บไว้
2.หมั่นอัพเดตโปรแกรมจัดการร้านค้าให้ทันสมัยอยู่เสมอ, หลายครั้งที่แฮคเกอร์ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของโปรแกรมที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขในเวอร์ชั่นเก่าๆเพื่อโจมตีเว็บไซต์ร้านค้า
3.ตรวจสอบเว็บไซต์ของตนเองเป็นประจำ, ตามที่ได้กล่าวมาทั้งหมดในบทความนี้ ผู้ประกอบการจะไม่สามารถรับรองความปลอดภัยของเว็บไซต์ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่เว้นแม้แต่การใช้วิธีชำระเงินผ่านเกตเวย์โดยตรงก็ตาม ผู้ประกอบการควรพิจารณานำเอาซอฟต์แวร์ที่ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลของไฟล์หรือค่าติดตั้งในเซิฟเวอร์เข้ามาช่วยป้องกันการแก้ไขข้อมูลโดยมิได้รับอนุญาตจากผู้ไม่ประสงค์ดี และหากเป็นไปได้ ผู้ประกอบการควรทำการทดสอบการชำระเงินทุกวันเพื่อยืนยันว่าข้อมูลมิได้ถูกส่งไปที่อื่นด้วย

วันพฤหัสบดี, พฤศจิกายน 15

วิเคราะห์ Malware จาก file bin.exe

เมื่อวาน (14/11/2555) จากระบบ siamhelp.org ได้ตรวจพบ



Hostname122.155.18.90
IP122.155.18.90
ASAS9931
CAT-AP The Communication Authoity of Thailand, CAT
Web serverApache/2
OSUnknown
ISPCAT Telecom public company Ltd
CityBangkok
CountryThailand
Local timeThu Nov 15 15:53:26 ICT 2012

http://checkip.me/whomap.php?domain=122.155.18.90

มีการติดเชื้อ หรือ แพร่เชื้อไวรัสคอมพิวเตอร์  เมื่อดูจากประวัติใน siamhelp.org แล้ว พบการติดเชื้อมา 3 ครั้ง คือ
วันแรกที่พบคือ วันที่ 26 กรกฏาคม 2555  มี file ที่ติดเชื้อที่ 122.155.18.90/roudcubemail-0.5.2/program/biti.exe
วันที่สองที่พบคือ วันที่ 1 ตุลาคม 2555 มี file ที่ติดเชื้อที่ 122.155.18.90/1.exe
วันที่สามที่พบคือ วันที่ 14 พฤศจิกายน 2555 มี file ที่ติดเชื้อที่ 122.155.18.90/bin.exe
(file เหล่านี้ติดไวรัส อันตรายห้ามดาวโหลดไปลองหากไม่มีระบบป้องกันพอ เครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านอาจเสียหายได้)

ข้อมูลทั้งหมดที่พบจาก http://www.scumware.org/report/122.155.18.90

URLMD5IPThreat
2012-10-17 16:36:56http://122.155.18.90/Done.exe...312B9857A2476F7516BCB287CB404940122.155.18.90THTrojan-Dropper.Win32.Dapato.btlt
2012-10-04 23:21:16http://122.155.18.90/1.exe...D648F3D2E177DFAC4EC34B154A2575D2122.155.18.90THWin32/Injector.XFC trojan
2012-07-26 09:46:27http://122.155.18.90/roundcubemail-0.5.2/bitfud.exe...537E450713251692F260E7722D5BBF3D122.155.18.90THWin32/Packed.Themida application
2012-07-26 06:59:06http://122.155.18.90/roundcubemail-0.5.2/program/biti.exe...E9A63A6AA767986F9A502A0ECF178A61122.155.18.90THWin32/Packed.Themida application
2012-07-22 16:03:33http://122.155.18.90/roundcubemail-0.5.2/program/bitfud.exe...482B9368AFBF39AC162BD0338AC30840122.155.18.90THWin32/Packed.Themida application


ลองมาทำการผ่าพิสูจน์ไวรัสกัน !!
เอาตัวล่าสุดคือ bin.exe  


Scan date2012-11-14 19:33:31 +00:00
File name4200663
MD5 hash5402d50803d892edfb8878a2ccbab0de
File typeWin32 EXE
File Size (Byte)2118144
Detection ratio27 / 44

Scan result
แสดงผลลัพธ์การสแกนจากแอนตี้ไวรัส 44 ค่าย มีผลดังนี้
Scan result of virustotals
VendorVersionResultVirus NameDatabase Date
1. TotalDefense37.0.10162Virus not found20121114
2. MicroWorld-eScan12.0.250.0Virus not found20121114
3. nProtect2012-11-14.02Virus foundTrojan.Generic.796284220121114
4. CAT-QuickHeal12.00Virus not found20121114
5. McAfee5.400.0.1158Virus foundArtemis!5402D50803D820121114
6. K7AntiVirus9.154.7858Virus foundRiskware20121114
7. TheHackerNoneVirus not found20121113
8. F-Prot4.6.5.141Virus foundW32/Themida_Packed!Eldorado20121114
9. Symantec20121.2.1.2Virus foundWS.Reputation.120121114
10. Norman6.08.06Virus foundW32/Troj_Generic.EWJYW20121114
11. ByteHero1.0.0.1Virus not found20121110
12. TrendMicro-HouseCall9.700.0.1001Virus foundTROJ_GEN.R47CGJP20121114
13. Avast6.0.1289.0Virus foundWin32:Malware-gen20121114
14. eSafe7.0.17.0Virus not found20121112
15.ClamAV0.97.3.0Virus not found20121114
16. Kaspersky9.0.0.837Virus foundTrojan-Downloader.Win32.Dapato.mpc20121114
17. BitDefender7.2Virus foundTrojan.Generic.796284220121114
18. Agnitum5.5.1.3Virus foundSuspicious!SA20121114
19. ViRobot2011.4.7.4223Virus not found20121114
20. Sophos4.83.0Virus foundMal/Behav-37420121114
21. Comodo14201Virus foundUnclassifiedMalware20121114
22. F-Secure9.0.17090.0Virus foundTrojan.Generic.796284220121114
23. DrWeb7.0.4.09250Virus foundTrojan.DownLoader7.2146020121114
24. VIPRE13976Virus foundTrojan.Win32.Generic!BT20121114
25. AntiVir7.11.50.24Virus foundTR/Crypt.XPACK.Gen20121114
26. TrendMicro9.561.0.1028Virus foundTROJ_GEN.R47CGJP20121114
27. McAfee-GW-Edition2012.1Virus foundHeuristic.BehavesLike.Win32.Suspicious-BAY.O20121114
28. Emsisoft3.0.0.569Virus not found20121114
29. Jiangmin13.0.900Virus foundTrojan/Miner.bd20121114
30. Antiy-AVL2.0.3.7Virus not found20121113
31. Kingsoft2012.9.22.155Virus not found20121112
32. Microsoft1.8904Virus not found20121114
33. SUPERAntiSpyware5.6.0.1008Virus not found20121114
34. GData22Virus foundTrojan.Generic.796284220121114
35. Commtouch5.3.2.6Virus not found20121114
36. AhnLab-V32012.11.15.00Virus foundDownloader/Win32.Dapato20121114
37. VBA323.12.18.3Virus not found20121114
38. PCTools8.0.0.5Virus not found20121114
39. ESET-NOD327693Virus foundprobably a variant of Win32/BitCoinMiner.H20121114
40. Rising24.36.01.05Virus not found20121114
41. IkarusT3.1.1.122.0Virus foundTrojan.Win32.Miner20121114
42. Fortinet5.0.26.0Virus foundW32/BitCoinMiner.H20121114
43. AVG10.0.0.1190Virus foundGeneric6_c.BDXE20121114
44. Panda10.0.3.5Virus foundTrj/Thed.A20121114

File fuzzy hashing
Context Triggered Piecewise Hashing ของไฟล์
File ssdeep of 4200663
49152:wx08+tkrW4K8G/i4wVQyPAetraEaNAZZGGxb:VqrYZiR1asHGGx

File metadata
แสดงรายละเอียดและคุณลักษณะของไฟล์
File exif of 4200663
PropertyValue
mimetypeapplication/octet-stream
subsystemWindows command line
machinetypeIntel 386 or later, and compatibles
timestamp2012:07:05 13:47:47+01:00
filetypeWin32 EXE
petypePE32
codesize0
linkerversion10.0
entrypoint0x6e014
initializeddatasize2114048
subsystemversion5.1
imageversion0.0
osversion5.1
uninitializeddatasize0
Portable Executable structural information
Compilation timedatestamp.....: 2012-07-05 12:47:47
Target machine................: 0x14C (Intel 386 or later processors and compatible processors)
Entry point address...........: 0x0006E014

PE Sections...................:

Name        Virtual Address  Virtual Size  Raw Size  Entropy  MD5
                       4096        438272    438272     7.19  d1deeaa0eb791825a85a8e1647060a68
.rsrc                442368          1328      1536     4.91  5db9c0afa277e657781a7042386629cd
.idata               446464          4096       512     1.38  72003d358d654906aeb64ef8dce8c16c
...                  450560       1679360   1673728     7.81  9bbc6c53ef7c2afc1d8990d901779fee

PE Imports....................:

[[KERNEL32.dll]]
CreateFileA, lstrcpy

[[COMCTL32.dll]]
InitCommonControls

PE Resources..................:

Resource type            Number of resources
RT_MANIFEST              2

Resource language        Number of resources
NEUTRAL                  1
ENGLISH US               1

ไวรัสชนิดนี้ พบว่ายังมีหลายชื่อ file ดังนี้
1. 4200663
2. output.4200663.txt
3. bin.exe
ตรวจสอบเส้นทางการเชื่อมต่อค่า DNS ทางระบบเครือข่าย
122.155.18.90
ปัจจุบัน domain denichsoiltest.com ไม่ได้อยู่ที่ IP อันตรายนี้แล้ว แต่ค่าที่เห็นเกิดนำมาจาก http://ip.robtex.com/122.155.18.90.html#graph
วันที่ทำการตรวจสอบการเชื่อมต่อค่า DNS วันที่ 15 /11/ 2555
ผลการทดสอบเส้น Query DNS จาก http://sran.org/dns พบค่าดังนี้