Pages

วันพฤหัสบดี, กุมภาพันธ์ 15

Network visibility : การมองเห็นความเคลื่อนไหวภายใน

“เหตุเกิดจากข้างใน จะรู้เท่าทันได้อย่างไร ?”
ในหลายๆองค์กรที่มีระบบเครือข่าย (Network) ลงทุนสูงไปกับการป้องกันภัยจากภายนอก จาก Firewall และ NIPS ไม่เพียงพอ..ในการที่จะรู้ทันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะยุคปัจจุบันที่มีการติดต่อสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ตตลอดเวลาเช่นนี้
สำหรับภัยที่เกิดภายใน เช่นมีเครื่องติดไวรัส และกำลังแพร่กระจายตัว มีเครื่องกระทำผิดต่อนโยบายองค์กร ตลอดจนมีผู้บุกรุกภายในระบบเครือข่ายทั้งที่เจตนา และไม่เจตนา มันคือการลงทุนและการออกแบบจากวิศวกรผู้ชำนาญ ถึงจะได้ผลลัพธ์ที่ต้องการได้ ไม่ใช่แค่การลงทุนเทคโนโลยีอย่างเดียวและช่วยงานได้หมด ถึงแม้ลงทุนไปมากแต่ก็ยังไม่รู้ก็มี รู้แล้ว alert ผิดๆ ก็เยอะ (false positive)
ปัญหาภัยคุกคามทางไซเบอร์ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ต้องรู้ให้ทันทั้งภายนอก และ ภายใน
เพื่อประเมินสถานะการณ์ได้อย่างถูกต้องและใช้ในการแก้ไขปัญหาได้เร็ว ก่อนที่จะเกิดความเสียหายที่ควบคุมได้ยากลำบาก
การตรวจจับเหตุการณ์ไม่พึ่งประสงค์ Intrusion Detection Alert ผ่าน Line chat มันดีตรงที่ต้นทุนต่ำกว่า SMS และสะดวกกว่า Email มาดูกันว่าคนในนี้ทำอะไรบ้าง? (ดูที่ comment)
หวังว่าคงมีประโยชน์ต่อกัน

จากภาพบอกถึง  เครื่อง IP 192.168.1.31 มีการขุดเหมือง bitcoin
เครื่อง 192.168.1.28 มีความพยายามโจมตีไปที่ gateway 192.168.1.1 ซึ่งเป็น router / firewall ของบริษัท โดยการพยายาม scan port 16 ครั้ง ต่อเนื่องในเสี้ยววินาที
เครื่อง 192.168.1.6 แชร์ไฟล์ ไปเครื่อง 14 โดยใช้ protocol SMB version 1 มีความเสี่ยง ต่อไวรัสประเภท Ransomware ได้

ในหน่วยงาน / องค์กร สมัยควรมีการรู้เท่าทันสิ่งเหล่านี้เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นและมีโอกาสสร้างความเสียหายให้กับองค์กรโดยที่ไม่รู้ตัว

Nontawatt  Saraman
นนทวัตต์  สาระมาน
CIPAT

วันศุกร์, พฤศจิกายน 24

เมื่อพ่อค้าคนกลางหายไป อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง ?

“เหตุผลที่เศรษฐกิจไม่ดี” สั้นๆ เป็นเพราะโลกเปลี่ยน
และตัวการสำคัญสำหรับผมนั้นคิดว่า
Supply chain ในหลายส่วนธุรกิจได้หายไป
ยกตัวอย่าง ร้านหนังสือ ร้านขายเพลง ธนาคารและในอนาคตอาจจะเร็วๆนี้ ธุรกิจรถยนต์ และธุรกิจอื่นๆ. เปลี่ยนไป ปรับตัวไม่ทัน
เรียกได้ว่าเส้นทางแห่งผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นนั้นหายไป
เส้นทางการซื้อ-ขาย สินค้า จาก กทม. ไป ตจว. ใน ตจว. ก็มีร้านขายสินค้า ยกตัวอย่าง ธุรกิจที่ไปแล้วเช่นสิ่งพิมพ์ และเพลง ในห่วงโซ่นี้จะมีการสร้างงานและกระจายรายได้อยู่ แต่...ปัจจุบันหายไป
แล้วธุรกิจอื่น ก็เริ่มเปลี่ยน
ตัวกลาง ... ได้หายไป
เหลือต้นทาง (ต้นทางของการผลิตสินค้า) กับ ปลายทางคือผู้ซื้อสินค้า
และหากพิจารณากันให้ดี ต้นทางที่ว่าส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศ มักจะผ่านช่องทาง online / internet และระบบ cloud คือตัวทำให้เปลี่ยน

รูปไม่เกี่ยวกับบทความ  คั้นเพื่อความสบายตา

เงินจึงไหลออก รัฐบาลและคนที่มีหน้าที่กำหนดทิศทางของประเทศขาดการควบคุมและวางแผนมาก่อน (ไม่เคยเจอปรากฎการณ์นี้มาก่อน)
เงินมันเลยไหลออกโดยไร้คนกลาง ที่ควรเป็นคนในประเทศ
ซึ่งก็คือพ่อค้าคนกลางที่จ่ายงาน จ้างงานให้คนชั้นกลาง และล่าง และเกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจในประเทศ
คนกลางหาย มันน่าจะดี ... แต่มันคือสาเหตุ ให้เศรษฐกิจ ของคนชั้นกลาง คนกลางล่าง และคนชั้นล่าง ไม่ดี ซึ่งดันเป็นกลุ่มคนที่มีจำนวนมากที่สุดในประเทศไทย
จะส่งผลดีเฉพาะคนชั้นบน ธุรกิจขนาดใหญ่
แล้วห่วงโซ่ที่หายไป จะทำไงดี ?
***รัฐบาลเจอสิ่งที่รู้สาเหตุแต่แก้ไขไม่ได้***
เพราะชนชั้นสูงคือผู้กำหนดทิศทางรัฐบาล และประเทศ
แล้วคนชั้นกลาง และล่างล่ะ ?
ก็อยู่กับความหวังลมๆแล้งต่อไป...ดังเช่นช่วงนึ้
จะเห็นธุรกิจขายฝัน (ขายตรง) มากขึ้น
เพราะมันคือทางออกสำหรับห่วงโซ่ ที่หายไป

.
แต่มันไม่ได้ช่วย กับซ้ำเติมให้บรรลัยขึ้น เป็นเพราะว่ามัน Fake
เกิดธุรกิจตอแหล ธุรกิจขายฝัน
ทำอะไรผ่านสื่อสังคมออนไลน์แบบ Fakeๆ
ความ Fake มันคือผลกระทบ หรือพิษเศรษฐกิจ ที่ต้องการรักษากำไรให้มาก เพราะไม่รู้ว่าจะได้งานอีกเมื่อไหร่
จนเกิดคุณภาพที่ด้อย เช่น อาหารทุกวันนี้แทบหากินของอร่อยและดีนั้นได้ยาก วัตถุดิบๆดี ก็ต้องแพง เพราะทุกคนควบคุมต้นทุน เมื่อกินแต่อาหารไร้คุณภาพ ก็ทำให้เจ็บป่วย เป็นผลกระทบห่วงโซ่อื่นๆ ที่ทำให้คุณภาพชีวิตเราแย่ลง
.
.
จะแก้ไขสภานการณ์นี้อย่างไง ?
ผมมองว่า .... เราอาจต้องกลับไปสู่ “รัฐสวัสดิการ”
และพยายามสร้างห่วงโซ่ที่หายไปนั้นกลับมา
ในส่วนที่ผมมีความรู้อยู่บ้างก็อยากแนะนำว่า
“ถึงเวาแล้วที่เราจะต้องพาข้อมูลกลับบ้าน”


แล้วว่ากันใหม่
นนทวัตต์ สาระมาน
พ่อบ้าน

วันเสาร์, พฤศจิกายน 4

CIPAT ที่พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังฯ

นายกสมาคมส่งเสริมนวัตกรรมเทคโนโลยีไซเบอร์ และผู้ร่วมก่อตั้ง SRAN Technology มาแนะนำนักศึกษาเกี่ยวกับนวัตกรรมทางไซเบอร์ในปัจจุบัน ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560

ในการนี้ได้อธิบายถึงแนวโน้มและสายงานด้านเทคโนโลยีด้านการวิเคราะห์ข้อมูลจาก Log files ขนาดใหญ่ ที่นำไปสู่การวิเคราะห์ Big data และการสร้างสรรค์นวัตกรรมสำหรับผู้จบการศึกษาใหม่ เพื่อเข้าสู่ Start Up ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วันพุธ, กันยายน 27

บรรยายในงาน Big Bang กับ TFIT

 ร่วมออกบูธในนามของสมาคมสมาพันธ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศไทย ที่งาน Digital Thailand Bigbang 2017 งานมหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีระดับนานาชาติ Digital Thailand Big Bang 2017 งานเดียวที่พลิกมุมคิด และต่อชีวิตคุณให้ใกล้ชิดดิจิทัลไทยแลนด์มากยิ่งขึ้น เข้าใจสังคมดิจิทัลเต็มรูปแบบภายใต้แนวคิด Digital Transformation Thailand พร้อมสัมผัสนวัตกรรมและเทคโนโลยีสุดล้ำที่คิดค้นโดยคนไทยและทั่วทุกมุมโลก ที่พร้อมจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมของคนไทย สู่รูปแบบชีวิตแห่งอนาคต ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความยิ่งใหญ่และล้ำสมัยได้ระหว่างวันที่ 21 – 24 กันยายน 2560 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี


SRAN ร่วมออกบูธในนามของสมาคมสมาพันธ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศไทย ที่งาน Digital Thailand Bigbang 2017


วันอังคาร, กันยายน 26

Exploit กระสุนปืนทางไซเบอร์


"ระหว่างเป็นนักฆ่า กับ นักสืบ อันไหนเป็นได้ง่ายกว่ากัน ?"
เป็นคำถามที่ผมได้ตั้งขึ้น เพื่อถามแก่ทีมงานที่กำลังเลือกเส้นทางในอนาคต

- นักฆ่าในที่นี้ คือ เปรียบได้กับนักโจมตีระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย คืองาน Penetration test หรือ งานทดสอบเจาะระบบในหน่วยงาน องค์กร ยินยอมให้ทำ และมีความประสงค์ให้ไปทดสอบระบบ เพื่อดูช่องโหว่ รูรั่ว ก่อนที่จะเกิดเหตุจริง เปรียบใกล้เคียงกับงาน ตรวจสอบ (Audit) ระบบอย่างหนึ่ง

- นักสืบ คือ เปรียบได้กับคนที่ทำงานด้านการพิสูจน์หาหลักฐาน และแกะร่องรอยการถูกโจมตีระบบ การเจาะระบบจากแฮกเกอร์ หรือการติดเชื้อไวรัส เพื่อพิสูจน์หาหลักฐาน เรียกตามศัพท์คือ "Computer/Network Forensic รวมไปถึงพวกที่ทำ Malware Analysis ก็ถือว่าใช่

ทีมงานผมคนนั้นได้เลือกเส้นทางอย่างหลังและปัจจุบันนี้ก็อยู่ในบริษัทแนวหน้าของประเทศไปเรียบร้อยแล้ว

ผมคิดว่าเขาเดินทางที่ยาก
เพราะทางแรกเป็นเส้นทางที่ง่ายกว่า และต่อไปจะต้องมีคนสนับสนุน แม้กระทั่ง NSA ก็ไม่แน่อาจจะต้องเรียกใช้ นั้นคือนักเจาะระบบที่พัฒนาจากนักฆ่าธรรมดาแบบตรวจสอบระบบในองค์กร แต่กลายร่างเป็นคนเขียน "Exploit"

วันนี้ผมอยากขยายความจากนักฆ่า หรือนักเจาะระบบแบบภาษาทางเทคนิคเรียกว่า Penetration test ว่าทำไมรัฐบาลในยุคหน้าต้องให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะถือว่าเป็นกองกำลังไซเบอร์ ที่สามารถช่วงชิงพื้นที่การข่าวและข้อมูลได้เป็นอย่างดียิ่งเพราะเป็นสิ่งที่ตาคนเราไม่สามารถมองเห็นได้ และสามารถทำภาระกิจได้จากทุกส่วนของโลกแบบไร้พรมแดน

สิ่งที่ตาเรามองไม่เห็น คือ "ข้อมูล" และเมื่อโลกเรากำลังก้าวไปสู่ ยุค Big data ในทุกมิติ "ข้อมูล" จึงถือว่าเป็นความมั่นคงของชาติ อย่างหนึ่ง

ยามที่ได้มีโอกาสบรรยายหรือสอนหนังสือ
ผมมักจะเปรียบ Exploit คือ "กระสุนปืน"
นักฆ่ามืออาชีพ ต้องเป็นนักสะสมกระสุนปืน เพราะกระสุนปืน แต่ละชนิด มีการทำลายแตกต่างกันไป หากใช้ผิดประเภท ก็ไม่ประสบความสำเร็จในภาระกิจ
ไปไกลกว่านั้น Exploit ที่ยังไร้ยารักษา หรือ เรียกว่า 0-day ปัจจุบันกลายเป็นสิ่งที่มีมูลค่ามาก ถือว่าใครครอบครองแล้วรับรองเนื้อหอม

และ 0-day นี้เองคืออาวุธทางไซเบอร์ ที่ประเทศมหาอำนาจ ใช้เจาะข้อมูลกันเงียบๆกันอยู่ และเมื่อถูกจับได้ หรือเบื่อเมื่อไหร่ มันพร้อมแปลงร่างกลายเป็น virus และแพร่พันธุ์เป็น worm หรือจะสร้างความเสียหาย หยุดการใช้งาน (DDoS/DoS) หรือ เรียกค่าไถ่ (Ransomware) จนเป็นข่าวดัง ถึงจะหยุด ล้าสมัย ตก Trend แล้วแต่สาระพัดชื่อกลุ่มจะปล่อยของออกมา ล่าสุดที่เป็นก็คือกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า Shadow Brokers ผู้ปล่อย Wannacry เป็นต้น

ซึ่งเหล่า Anonymous หรือกลุ่มสาระพัดชื่อพวกนี้จะปล่อยของออกมาจากใต้มหาสมุทร (Deepweb) ล่องลอยมาบนพื้นผิวน้ำจน Search engine บนโลกที่คนทั่วไปค้นหาเจอ หรือ ตั้งใจปล่อยให้รั่วก่อนผ่าน wiki leaks นั้นจะเป็นพฤติกรรมแบบนี้ให้เราได้เห็นวัฎจักรเดิมๆ ซ้ำๆ

ปล. เหตุที่เขียนเกิดจากกำลังหา Exploit ตัวหนึ่งแล้วไปค้นพบใน Deepweb จากกลุ่มหน้าเดิม Milw0rm

นนทวัตต์  สาระมาน
Nontawatt Saraman
SRAN dev Team
.

วันเสาร์, สิงหาคม 19

บรรยายการสืบหาผู้กระทำความผิดทางอินเทอร์เน็ต ให้กับ ตำรวจภูธรภาค 4

 ในวันที่ 16 – 18 สิงหาคม 2560 ได้มาบรรยายการสืบหาผู้กระทำความผิดทางอินเทอร์เน็ต ให้กับ ตำรวจภูธรภาค 4 และมีการจัด Road Show ให้ความรู้ในงาน Smart City Thailand 4.0  รวมกับบริษัทเอ็มพีเซ็ด โซโลชั่น โดยในส่วนหนึ่งมีการให้ความรู้  พรบ. คอมพิวเตอร์ ฉบับใหม่ โดยทีมงาน SRAN

วันศุกร์, สิงหาคม 18

The Internet of Money

"ปรากฎการณ์ Bitcoin (The Internet of Money)
หากประวัติศาสตร์ คือ การมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ชั่วโมงนี้ เดือนนี้ ปีนี้
ต้องบอกว่าเราต้องสร้างประวัติศาสตร์ (การมีส่วนร่วมในเหตุการณ์) เกี่ยวกับ Cryptocurrency
หรือขอพูดสั้นๆ ว่า "ปรากฎการณ์ Bitcoin" ไม่งั้นตกกราฟกฎของมัวร์

ภาพเส้นตัดจากกฎของมัวร์

.
ที่ต้องเป็น Bitcoin ก็เพราะ ประชาชนสวนใหญ่ ต้องการหารายได้เสริม เพราะคิดว่าเศรษฐกิจไม่ดี ค้นหาและพบช่องทางทำมาหากินใหม่ ไม่ง้อใคร ทำได้ด้วยตัวเอง และเมื่อเกิดรายได้ไม่เสียภาษี
.
Big data จากหนวดกุ้ง ข้างห้องนอนผม มันเป็นเรดาห์อย่างหนึ่งที่จับสัญญาณได้ว่า คลิปที่อัพโหลดบน youtube , ห้องสนทนา Facebook ,Line และอื่นๆ ที่เริ่มมีคนมีส่วนร่วมมากขึ้นที่ไม่ใช่ กลุ่มจัดตั้งแบบ 3.5 แสน Like (SIM ที่พบที่อรัญประเทศ)
แต่เป็นคนจริงๆ คนที่ต้องการขุดเหมืองหาทองในยุคดิจิทัล
มันเริ่มมีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องและ Keyword คือ "Bitcoin"
ทั้งขุด ทั้งเทรด ทั้งปล่อยกู้ และทั้งขายของ มันเริ่มต้นและเติบโตอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปลายปีที่แล้วจนปัจจุบันนี้ เดือน มิถุนายน 2560
.
ปรากฎการณ์นี้ รัฐบาลยังตามไม่ทัน และคิดว่าพอบทจะคิดทัน ก็ถึงเวลาตลาดวายไปแล้ว ตามรุ่นพี่ เช่น จตุคามรามเทพ ตุ๊กตาลูกเทพ หรือ Pokemon Go และอื่นๆ ที่เกิดขึ้นและดับอย่างรวดเร็วในดินแดนที่เรียกว่า "สยามเมืองยิ้ม" หรือ หลายคนจะบอกว่าก็นี้แหละ คือ Thailand Only
สำหรับผมว่าปรากฎการณ์นี้อาจจะมีชีวิตรอดยาวกว่าที่พูดมาเพราะมันน่าค้นหาและที่สำคัญมันสร้างรายได้ มันจะเปลี่ยนรูปแบบการใช้เงิน ซึ่งหากมองชั้นของการสร้างรายได้ จะพบว่า คนที่ได้แน่ๆ มีอยู่ในเกมส์นี้
.
ถ้าสังเกตให้ดี หุ้นบางตัวในประเทศไทย ตั้งแต่ปลายปี 59 ถึง Q2 ปี 60 ยังวิ่งไม่หยุด เหตุเกิดจากปรากฎการณ์ Bitcoin ที่เป็นผลกระทบในทางอ้อม
สรุปว่าในเศรษฐกิจที่ว่าแย่ แต่ยังมีบางธุรกิจที่วิ่งได้อยู่เสมอ แล้วแต่ใครจะมองเห็น จริงป่ะ
.
ท้ายสุด อาจจะกล่าวว่า "การขาดทุนของเราคือกำไรของคนอื่น การได้กำไรของเราคือได้มาจากการขาดทุนของคนอื่น" ท่านว่าประโยคนี้จริงไหม ในตลาดการซื้อขายกันเช่นนี้

Nontawatt Saraman
SRAN
27/06/60