Pages

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ cyber warfare แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ cyber warfare แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์, ธันวาคม 27

บทวิเคราะห์การใช้งานอินเทอร์เน็ตของประเทศเกาหลีเหนือ

 
ในช่วงเวลาที่ผ่านมามีการพูดถึงการโจมตีไซเบอร์กันมากขึ้น โดยเฉพาะที่กระทบต่อประเทศเกาหลีเหนือ ทั้งในเรื่องการโจรกรรมข้อมูลของบริษัทโซนี่พิคเจอร์ จนเป็นข่าวโด่งดัง และหากใครได้ติดตามข่าวก็จะพบว่ามีประเทศไทยเข้ามามีส่วนในการเจาะระบบบริษัทโซนี่พิคเจอร์ ยังไม่เพียงแค่นี้ยังมีประเด็นที่ประเทศเกาหลีเหนือไม่สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ทั้งประเทศ ซึ่งทั้งหมดคิดว่าหลายคนคงอย่างทราบถึงว่าเกิดอะไรขึ้น? จึงถือโอกาสนี้เขียนอธิบายข้อมูลเบื้องต้นเพื่อเป็นการศึกษาไว้ และหากมีโอกาสจะส่วมวิญญาณนักสืบดิจิทัล วิเคราะห์ความเป็นไปที่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นระยะเท่าที่ทำได้

1. ข้อมูลทั่วไป 

ประเทศเกาหลีเหนือ ภาษาอังกฤษ : Democratic People’s Republic of Korea สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี มีประชากรทั้งหมดในประเทศ 24,851,627 คน (ผลสำรวจเมื่อปี 2014) ข้อมูลเชิงสถิติถึงจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในประเทศยังไม่สามารถระบุได้ แต่โครงสร้างในการติดต่อสื่อสาร (Internet Infrastructure) 
วันที่เกิดเหตุการณ์อินเทอร์เน็ตใช้งานไม่ได้ทั้งประเทศเกาหลีเหนือตรงกับวันที่ 22 ธันวาคม 2557 เวลา 23:15 เวลาในประเทศไทยโดยประมาณ

2.การใช้งานอินเทอร์เน็ต 
ASN (Autonomous System Number) ประจำประเทศ หมายเลข AS131279 ชื่อ Ryugyong-dong ขอจดทะเบียน ASN เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2552 พึ่งจดทะเบียนเมื่อ 5 ปีที่แล้ว 

2.1 รายละเอียดข้อมูลหมายเลขอินเทอร์เน็ต 
aut-num: AS131279 
as-name: STAR-KP 
descr: Ryugyong-dong 
descr: Potong-gang District country: KP 
admin-c: SJVC1-AP 
tech-c: SJVC1-AP 
mnt-by: MAINT-STAR-KP 
mnt-routes: MAINT-STAR-KP 
changed: hm-changed@apnic.net 20091221 
source: APNIC role: STAR JOINT VENTURE CO LTD - 
network administrat address: Ryugyong-dong Potong-gang District country: KP phone: +850 2 381 2321 fax-no: +850 2 381 2100 
e-mail: postmaster@star-co.net.kp 
admin-c: SJVC1-AP tech-c: SJVC1-AP nic-hdl: SJVC1-AP mnt-by: MAINT-STAR-KP changed: postmaster@star-co.net.kp 20141202 
source: APNIC ชื่อติดต่อที่ star-co.net.kp 

2.2 รายละเอียดข้อมูลเส้นทางการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต 

  
 ข้อมูลจาก HURRICANE ELECTRIC BGP จะพบว่าทั้งประเทศเกาหลีเหนือมีจำนวนค่าไอพีทั้งเป็นเป็นชนิดไอพีเวอร์ชั่น 4 จำนวน 1,024 ยังไม่มีการทำเป็นไอพีเวอร์ชั่น 6

2.3 เส้นทางการเชื่อมอินเทอร์เน็ตต่อกับต่างประเทศ 


จากแผนภาพพบว่าเส้นทางการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของ AS131279 ซึ่งเป็น ASN เพียงอันตัวเดียวในประเทศเกาหลีเหนือ


จะเห็นได้ว่าเส้นทางการเชื่อมต่อเพียงจุดเดียวที่ออกไปยังต่างประเทศ คือติดต่อไปที่ AS4837 เป็นของ China Unicom Backbone แล้วค่อยติดต่อไปยัง AS1239 ของ Sprint ประเทศสหรัฐอเมริกา

เส้นทางการติดต่อจากประเทศไทย
ทดสอบจากการใช้ ISP Loxinfo  เพื่อดูเส้นทางการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต




เส้นทางอินเทอร์เน็ตจากไทยไปยังเกาหลีเหนือจะผ่านประเทศดังต่อไปนี้ (1)ไทย - (2)สิงค์โปร - (3)อินเดีย - (4)แคนาดา - (5)สหรัฐอเมริกา - (6)จีน และเข้า(7)เกาหลีเหนือ ประมาณ hop ที่ 18

2.4 ย่านไอพีแอดเดรสที่ใช้งาน

จำนวนไอพีแอดเดรสทั้งหมด 1,024 ค่า ซึ่งเทียบเคียงได้เท่ากับจำนวนไอพีของสถาบันการศึกษา-มหาวิทยาลัย ในบางที่ของประเทศไทยด้วยซ้ำ ย่านไอพีแอดเดรสที่สำคัญ ทั้งที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ จะอยู่ที่ 175.45.176.0/24

2.5 ค่าโดเมนแนม 



โดเมนที่หลักของประเทศเชื่อมที่ไอพีแอดเดรสเดียว จากข้อมูลการสำรวจค่าไอพีแอดเดรสพบว่า Name Server จำนวน 38 รายชื่อจากจำนวน 1024 ค่าไอพีแอดเดรส

3. บทสรุป

การที่ประเทศเกาหลีเหลือประสบปัญหาอินเทอร์เน็ตใช้งานไม่ได้ทั้งประเทศแบ่งได้ 4 ประเด็นดังนี้

1) เส้นทางอินเทอร์เน็ตประเทศเกาหลีเหนือที่ออกต่างประเทศมีช่องทางเดียว คือจากประเทศจีน แล้วไปที่ ประเทศสหรัฐอเมริกา
- หาก AS4837 เป็นของ China Unicom Backbone ขัดข้องเกาหลีเหนือทั้งประเทศก็ใช้อินเทอร์เน็ตไม่ได้
- หรือหาก AS1239 ของ Sprint ประเทศสหรัฐอเมริกา ขัดข้องเกาหลีเหนือทั้งประเทศก็ใช้อินเทอร์เน็ตไม่ได้
- หรือตัวใดตัวหนึ่งปิดการเส้นทางการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (Peering) ทั้งผู้เรียกเข้าติดต่อประเทศเกาหลีเหนือ และ คนในประเทศเกาหลีเหนือเรียกอินเทอร์เน็ตออกประเทศไม่ได้ทันทีหากตัวใดตัว หนึ่งที่กล่าวนั้นขัดข้องหรือเปลี่ยนเส้นทางกระทันหัน ซึ่งก็เป็นการควบคุมของประเทศจีน (AS4837) หรือ ประเทศสหรัฐอเมริกา(AS1239) นั้นเอง อินเทอร์เน็ตทั้งประเทศเกาหลีเหนือตกอยู่การควบคุมจาก 2 มหาอำนาจ ชนิดที่เรียกว่า "ลูกไก่ในกำมือ"

2) อินเทอร์เน็ตที่ใช้งานไม่ได้เป็นเพราะ DNS ในประเทศเกาหลีเหนือไม่พร้อมใช้งาน ไม่ว่าจากการโจมตีชนิด DDoS/DoS  หรือจะเป็นการโจมตีชนิดอื่นที่ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้ อันเนื่องมาจาก Root DNS หลักของประเทศเหลือเพียงตัวเดียวคือ IP : 175.45.176.15 ซึ่งหากเครื่องดังกล่าวถูกโจมตีก็จะไม่สามารถ Query ชื่อที่เป็นโดเมนได้ แต่จะเป็นลักษณะผู้ใช้งานในประเทศที่ไม่สามารถเรียกข้อมูลที่เป็นโดเมนแนม ได้ (สำหรับผู้ใช้งานในประเทศที่ตั้งค่า DNS แบบ Default รับค่า DHCP จาก Router ที่ไม่ได้มีการ Fix ค่า DNS เองจะประสบปัญหานี้)

3) เป็นข่าวเพื่อปั่นกระแสหนังที่กำลังเข้าฉายที่ชื่อ “The Interview”
ในยุคปัจจุบันนี้มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์แบบคาดไม่ถึงอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะการปล่อยข่าวลือบนอินเทอร์เน็ต หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "การทำ Propaganda"  การที่จะไม่ตกเป็นเหยื่อการทำ Propaganda ได้นั้นนอกจากจะต้องมีสติไม่พอต้องมีปัญญาด้วย นี้สิเรื่องยากจะไม่ตกเป็นเหยื่อ

4) กดดันเกาหลีเหนือโดยใช้การโจมตีไซเบอร์เป็นเครื่องมือโดยอ้างว่าเกาหลีเหนือมีแฮกเกอร์เจาะระบบจริง ซึ่งจริงไม่จริงปัจจุบันไม่มีใครทราบ ดูแล้วคล้ายพม่าก่อนเปิดประเทศ แต่เป็นคนละวิธีการ ตามยุคสมัยเพราะยุคนี้ต้องยอมรับว่าคือยุคไซเบอร์
และหากให้ผมเดา ... ผมจะรอดูว่าถ้าผู้นำสูงสุดของประเทศเกาหลีเหนือขึ้นปกนิตยสาร Time Magazine เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นไม่นานเกิน 2 ปีจะพบว่าประเทศนี้ได้เปิดประเทศแล้ว พร้อมเหล่าบรรดาทุนนิยม บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ต้องการเพิ่มช่องทางในการลงทุนมากขึ้นเหมือนประเทศพม่าที่เป็นเพื่อนบ้านของเรานี้เอง


เขียนโดย
นนทวรรธนะ  สาระมาน
27 ธันวาคม 2557

อ้างอิงข้อมูล
Hurricane Electric IP Transit : http://he.net
Robtex : http://www.robtex.com
Internet Worldstats : http://www.internetworldstats.com

วันอังคาร, ธันวาคม 9

เอฟบีไอออกเตือนธุรกิจของสหรัฐ ฯ เกี่ยวกับมัลแวร์ที่เป็นอันตราย

เอฟบีไอออกเตือนธุรกิจในสหรัฐ ฯ ว่าแฮกเกอร์ได้ใช้ซอฟท์แวร์มุ่งร้ายเพื่อโจมตีเป้าหมายในสหรัฐ ฯ หลังจากที่มีการโจมตีบริษัท โซนี่ พิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ ทางอินเทอร์เน็ตเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
คำเตือนจากเอฟบีไอจำนวน 5 หน้า ได้ส่งให้กับบริษัทต่าง ๆ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ให้รายละเอียดทางเทคนิคเกี่ยวกับซอฟท์แวร์มุ่งร้ายที่ใช้ในการโจมตี แต่ไม่ได้ระบุถึงชื่อของเหยื่อที่ถูกโจมตี
โฆษกของเอฟบีปฏิเสธให้ความเห็น เมื่อมีผู้ถามว่าซอฟท์แวร์ตัวนี้ถูกใช้เพื่อโจมตีบริษัทหนึ่งในเครีอข่ายของโซนี่ ที่ตั้งอยู่ในแคลิฟอร์เนียหรือไม่
เจ้าหน้าที่รายหนึ่งของเอฟบีไอบอกกับนักข่าวว่า คำแนะนำนั้นให้ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวของกับการโจมตีบริษัทโซนี่ รวมถึงโค้ดภาษาคอมพิวเตอร์จำนวนหลายหน้า แต่ไม่เกี่ยวกับการโจมตีของมัลแวร์ชนิดใหม่
เจ้าหน้าที่หลายรายบอกว่าพวกเขากำลังวิเคราะห์การโจมตีบริษัทของโซนี่ ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงกับฐานข้อมูลของบริษัท
การโจมตีโซนี่ ทำให้ภาพยนตร์ของบริษัทจำนวนห้าเรื่องถูกเผยแพร่ผ่านทางออนไลน์ รวมถึงหนังเรื่อง “Annie” ที่ปรับปรุงแล้ว การโจมตีที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และปรากฏเป็นรูปของโครงกระดูก ในคอมพิวเตอร์ของบริษัท และข้อความที่เขียนไว้ว่า “Hacked by #GOP” ซึ่งเป็นกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีที่ใช้ชื่อว่า “Guardians of Peace”
hacked%2Bby%2Bgop.jpg
ข้อความนี้ได้ขู่ที่จะปล่อยข้อมูลความลับของบริษัท ทางผู้สืบสวนกำลังหาความเชื่อมโยงกับภาพยนตร์เรื่อง “The Interview” และเกาหลีเหนือ ว่ามีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่
เอฟบีไอได้ส่งคำเตือนเร่งด่วนให้กับบริษัทต่าง ๆ เป็นครั้งคราว เพื่อบอกรายละเอียดเกี่ยวกับภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ตที่กำลังเกิดขึ้นใหม่ เพื่อช่วยบริษัทต่าง ๆ ให้สามารถป้องกันการโจมตีแบบใหม่ได้ แต่จะไม่ระบุถึงชื่อของเหยื่อที่ถูกโจมตีในรายงานเหล่านี้
ในรายงานกล่าวไว้ว่า มัลแวร์ได้ทำลายข้อมูลในฮาร์ดไดรฟ์คอมพิวเตอร์ ทำให้มันไม่สามารถทำงานได้ และปิดการเข้าถึงเครือข่าย
จากรายงานที่แจกจ่ายให้กับผู้ทำงานด้านการรักษาความปลอดภัยในบริษัทต่าง ๆ ระบุว่าเป็นเรื่องที่ยากในการกู้คืนฮาร์ดไดรฟ์ ที่ถูกโจมตีด้วยมัลแวร์นี้
การวิเคราะห์มัลแวร์
มัลแวร์นี้ถูกใช้เพื่อโจมตีบริษัทของโซนี่ เป็นมัลแวร์ที่มีอันตรายตัวเดียวกับที่เอฟบีไอได้เตือนไว้ บริษัทด้านแอนตี้ไวรัสของญี่ปุ่น Trend Micro ได้วิเคราะห์การทำงานของมัลแวร์นี้ว่า หน้าที่หลักของมัลแวร์นี้คือการเก็บรวบรวมชื่อผู้ใช้ และรหัสผ่านที่เก็บใน network drive ที่มีการแชร์ในเครือข่าย
หลังจากผู้ใช้ในเครื่องได้ลบไฟล์มัลแวร์นี้ และไฟล์ที่เชื่อมโยงกับ network drive และหยุดการทำงานของ Microsoft Exchange Information Store service จากนั้นมัลแวร์จะหยุดทำงานไปสองชั่วโมง จากนั้นจึงรีสตาร์ทระบบ อีกส่วนหนึ่งของมัลแวร์จะใส่ไฟล์ bmp ในคอมพิวเตอร์ แสดงข้อความว่า “Hacked by #GOP” ซึ่งเป็นภาพเดียวกับที่ปรากฏในคอมพิวเตอร์ของโซนี่ ดังนั้น Trend Micro จึงเสนอว่ามัลแวร์นี้ถูกใช้เพื่อโจมตีโซนี่
ต่อไปนี้เป็นรายงานวิเคราะห์อย่างละเอียดของมัลแวร์นี้
ข้อมูลอ้างอิง

วันเสาร์, กรกฎาคม 20

"รู้เขา รู้เรา" ใครโจมตีเรา และเราโจมตีใคร

เราเคยเสนอระบบเพื่อให้รู้ทันภัยคุกคามจากการโจมตีบนโลกไซเบอร์ให้กับรัฐบาลไทย เพื่อให้ภาพรวมการโจมตีที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เพื่อการป้องกันภัยอย่างยั้งยืน แต่ด้วยว่าเป็นเรื่องที่อธิบายลำบากเนื่องด้วยเป็นภาษาทางเทคนิคจึงทำให้โครงการยังไม่เกิดเป็นชิ้นเป็นอัน  ด้วยความฝันส่วนตัวของกลุ่มเราจึงอยากทำระบบดังกล่าวให้เป็นความจริงโดยไม่ต้องสนใจว่าใครจะให้ทำ เงินลงทุนมาจากไหน ? หรือระบบนี้จะเป็นว่าต้องการหรือไม่ก็ตาม เราได้ดำเนินการด้วยเงินทุนตัวเองสร้างระบบขึ้นมาจนเราได้เก็บเกี่ยวข้อมูลได้ระดับหนึ่งเป็นข้อมูลที่น่าสนใจ  และเป็นพื้นฐานที่ดีในการจะ "รู้เขา รู้เรา" หากนำไปใช้จริงจะช่วยลดปริมาณข้อมูลจราจร (Data Traffic) ที่เป็นภัยคุกคามไม่ว่าเป็นภัยทางอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ที่แฝงมากับการสร้างบอทเน็ต การหลอกลวง การแฮก การขโมยข้อมูลเป็นต้น จะทำให้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยมีความมั่นคงปลอดภัยขึ้นโดยเฉพาะประชาชนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วไปในประเทศไทย ที่อาจมีความรู้ทางด้านเทคนิคการป้องกันตัวและเป็นผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่มีความรู้ทางเทคนิคในการป้องกันตัวจะได้รับประโยชน์กับการใช้งานอย่างปลอดภัยขึ้น

ในอดีตจนถึงปัจจุบันเรายังไม่เคยมีการจัดทำข้อมูลเชิงสถิติเพื่อให้ทราบถึงภัยคุกคามที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เหตุผลหนึ่งที่เกิดการจัดทำระบบ SRAN [in] block นี้ขึ้นก็มาจากคำพูดที่กล่าวว่า “รู้เขา รู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” มาใช้ในการประเมินสถานการณ์ด้านภัยคุกคามบนโลกไซเบอร์สำหรับประเทศไทยเรา พบว่าเรายังไม่มีข้อมูลเพียงพอสำหรับการประเมินได้เลย เราแทบไม่รู้ว่า เราไปโจมตีใครบ้างในโลกไซเบอร์ และ มีใครโจมตีเราบ้างในโลกไซเบอร์ ซึ่งวิธีการทำให้รู้เขารู้เรานั้นจำเป็นต้องมีการจัดทำระบบและข้อมูลในเชิงรุกขึ้น 

เมื่อเปรียบเทียบการโจมตีที่เกิดขึ้นบนโลกไซเบอร์นั้นอาจแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ได้แก่

(1)  Client Compromise คือ เครื่องลูกข่ายที่ถูกควบคุมจากแฮกเกอร์ไม่ว่าเป็นการถูกทำให้ติดเชื้อหรือการถูกทำการใดการหนึ่งที่มีผู้ควบคุมจากทางไกล ซึ่งเครื่องลูกข่ายที่กล่าวถึงนั้น ได้แก่ คอมพิวเตอร์ที่ใช้ตามบ้าน, คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในสำนักงาน หรือเครื่องทำงานของพนักงาน , โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น ซึ่ง Client Compromise หากจัดทำข้อมูลขึ้นและระบุประเทศไทยได้ก็จะทำให้ทราบถึงการรู้ว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ในประเทศเราไปโจมตีที่ใดอยู่บ้าง ตัวอย่างเครื่อง Client ที่ถูก Compromise จากการจัดทำข้อมูลจากทีมงาน SRAN ผ่านเทคโนโลยี Honey pot สามารถดูได้ที่ http://www.sran.org/attack จะทำให้เห็นภาพรวมเครื่องลูกข่ายที่ติดเชื้อและพยายามโจมตีเครื่องคอมพิวเตอร์ไปยังที่ต่างๆทั่วโลก ซึ่งบางเครื่องมาจากคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค (Notebook) ตามบ้านที่ใช้บริการอินเทอร์เน็ต แม้กระทั่งเครื่องมือถือที่ใช้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านโครงข่ายมือถือ 2G และ 3G เป็นต้น 


ภาพที่ 1 ข้อมูลใน www.sran.net/attack แสดงข้อมูลเครื่องคอมพิวเตอร์ในประเทศไทยที่พยายามโจมตีบนโลกไซเบอร์ ซึ่งการโจมตีที่พบนั้นอาจจะโจมตีทั้งในและต่างประเทศ โดยที่เครื่องเหล่านี้ไม่รู้ตัวว่ากลายเป็นนักโจมตีระบบไปเสียแล้ว และเมื่อเราระบุแหล่งที่มาของค่าไอพีแอดเดรสลงบนแผนที่สารสนเทศ (GeoIP) แล้วจะพบว่าคอมพิวเตอร์เกือบทุกจังหวัดในประเทศไทยเป็นนักโจมตีระบบทั้งสิ้น

ภาพที่ 2 การแสดงข้อมูลเฉพาะประเทศไทยในวันที่ 20 กรกฏาคม 2556 เวลา 19:20 พบว่าส่วนใหญ่เครื่องคอมพิวเตอร์ในประเทศไทยที่โจมตีระบบที่อื่ๆ ทั่วโลกจะโจมตีบริการ SSH มากที่สุด 

ภาพที่ 3 ตัวอย่างการแสดงผลเครื่องคอมพิวเตอร์ในประเทศไทยที่กลายเป็นนักโจมตีระบบทั้งที่ตนเองอาจไม่รู้ตัว ซึ่งหากตรวจสอบดูแล้วส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้งานตามบ้าน / ผู้ใช้งานมือถือ มีทั้งการติดเชื้อเป็นบอทเน็ต และเป็นนักโจมตีรหัสผ่าน (Brute force password) รวมทั้งการส่งข้อมูลขยะ (Spam)

***** สรุปในข้อ 1 คือเครื่องคอมพิวเตอร์ในประเทศไทย ไปโจมตี ชาวบ้าน (ทั้งในประเทศและต่างประเทศ) ตกเป็นเหยื่อ โดยส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว

(2) Server Compromise คือ เครื่องแม่ข่ายที่ถูกควบคุมจากแฮกเกอร์ ไม่ว่าเป็นการถูกทำให้ติดเชื้อหรือการถูกทำการใดการหนึ่งที่มีผู้ควบคุมจากทางไกลได้ ซึ่งเครื่องแม่ข่ายที่กล่าวถึงนั้นมักจะเป็นเครื่องที่ออนไลน์ตลอดเวลา 24x7 ได้แก่ เว็บเซิร์ฟเวอร์ , เมล์เซิร์ฟเวอร์ , ดาต้าเบสเซิร์ฟเวอร์ และเครื่องแม่ข่ายอื่นๆ ที่ค่าไอพีแอดเดรส หรือ โดเมนแนม สาธารณะที่สามารถเข้าถึงได้ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ส่วนนี้เป็นการรู้เขา ใครโจมตีเราที่ไหนบ้าง หน่วยงานไหนบ้าง ตัวอย่างเครื่อง Server ที่ถูก Compromise เฉพาะในประเทศไทย ที่ทีมงาน SRAN ได้เก็บรวบรวมข้อมูลมาพบว่า



ภาพที่ 4 สถิติภาพรวมการตรวจจับการถูกที่อื่นโจมตีที่เกิดขึ้นกับเครื่องแม่ข่าย (Server) ในประเทศไทย ซึ่งภาพนี้เป็นการแสดงข้อมูลเครื่องแม่ข่ายในประเทศไทยที่ถูกโจมตี ทั้งถูกแฮกเว็บไซต์ (Web Attack) , การยึดเครื่องเพื่อสร้างเป็นเครื่องหลอกลวงข้อมูล (Phishing) และ เครื่องแม่ข่ายที่ติดเชื้อมัลแวร์ (Malware)   รวมถึงสถิติช่องโหว่ และเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เปิดบริการ Proxy เพื่อการอำพรางไอพีแอดเดรส เป็นต้น ข้อมูลที่แสดงจากวันที่ 19 กรกฏาคม 2556  ด้านล่างเป็นจำนวนสถิติผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยเรียงตามตัวเลขการถูกโจมตี ซึ่งจะพบว่า ASN หมายเลข 9931 ของ CAT Telecom ถูกโจมตีมากที่สุดถึง 5,284 ครั้ง เฉพาะการถูกแฮกหรือเปลี่ยนหน้าเว็บเพจ (Web Attack)

ภาพที่ 5 การค้นพบเครื่องแม่ข่ายในประเทศไทย ที่ถูกแฮก และเปลี่ยนหน้าเว็บเพจ

ภาพที่ 6 การค้นพบเครื่องแม่ข่ายในประเทศไทย ที่ถูกสร้างเป็นเว็บไซต์หลอกลวง (Phishing) 

ภาพที่ 7 การค้นพบเครื่องแม่ข่ายในประเทศไทย ที่ติดเชื้อมัลแวร์ (Malware) ซึ่งมีโอกาสแพร่เชื้อให้กับผู้ใช้งานที่เปิดหน้าเพจนั้นๆ

ซึ่งทั้งหมด สามารถดูรายประเภทได้ที่ http://www.sran.net/statistic?q= ซึ่งจากข้อมูลพบว่าประเทศไทยของเรานั้นประสบปัญหาการที่เครื่องแม่ข่ายถูกควบคุมจากแฮกเกอร์ ไม่ว่าเป็นการถูกทำให้ติดเชื้อหรือถูกทำการใดการหนึ่งที่ทำให้สามารถควบคุมระยะไกลได้เป็นจำนวนมาก จากสถิติในเว็บไซต์ www.sran.net/reports เมื่อพิจารณาย้อนหลังไป 3 ปี คือปี พ.ศ. 2554 – มิถุนายน 2556 (ค.ศ. 2011 – 2013) พบว่ามีเครื่องคอมพิวเตอร์ในประเทศไทยที่ทั้งติดเชื้อมัลแวร์ (Malware) , การถูกโจมตีเว็บไซต์จากแฮกเกอร์ (Web Attack) และการตกเป็นเครื่องในการเผยแพร่ข้อมูลหลอกลวง (Phishing) ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องแม่ข่าย (Server)


ภาพที่ 8 สถิติการถูกโจมตีตั้งแต่ปี ค.ศ 2011 - 2013 (ปัจจุบัน) ตามประเภทเครื่องแม่ข่ายที่ถูกโจมตีทั้งการถูกแฮก การตกเป็นเครื่องหลอกลวง และการติดเชื้อ




ภาพที่ 9 เมื่อมีการแบ่งประเภทตามหน่วยงานที่มีเครื่องแม่ข่ายที่ตกเป็นฐานในการโจมตีก็พบว่าหน่วยงาน ปี 2011 ภาครัฐบาลถูกโจมตีมากที่สุด ปี 2012 ภาครัฐบาลถูกโจมตีมากที่สุด
ปี 2013 ประเภทเอกชน (Commercial) ถูกโจมตีมากที่สุด รองลงมาคือภาคการศึกษา (Academic) เป็นต้น

จากข้อมูลย้อนหลัง 2 ปีกับอีก 6 เดือนพบว่าแนวโน้มการที่เครื่องแม่ข่าย (Server) ในประเทศไทยจะติดเชื้อมัลแวร์และการตกเป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ข้อมูลหลอกลวง (Phishing) มีอัตราเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลทำให้มีการแพร่กระจายไวรัสและข้อมูลหลอกลวงไปสู่ประชาชนมีค่อนข้างสูง เพราะจากสถิติในปีล่าสุดพบว่ามีเครื่องแม่ข่าย (Server) ที่ติดเชื้อไปแล้ว 10,652 ครั้ง ซึ่งปริมาณมากกว่าสิ้นปี 2555 และ 2554 เสียอีก ดังนั้นจึงเป็นที่มาของภารกิจในการ ”ลดความเสี่ยง” และประหยัดงบประมาณ สำหรับเครื่องแม่ข่ายที่ยังขาดระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางข้อมูลไม่ให้ตกเป็นเป้าในการโจมตีของแฮกเกอร์และการติดเชื้อมัลแวร์จากการใช้งานอินเทอร์เน็ต นั้นทีมงาน SRAN พัฒนาได้คิดค้นเทคนิควิธีที่ช่วยในการลดความเสี่ยงต่อภัยอันตรายต่างๆ ด้วยการนำข้อมูลจราจรที่ผ่านการใช้งานเว็บเซิร์ฟเวอร์ผ่านมาช่องดีเอ็นเอสผ่านคลาวด์คอมพิวติ้ง ที่ทางทีมงาน SRAN ได้จัดทำขึ้น และช่วยป้องกันภัยคุกคามผ่านการเฝ้าระวังภัยและการป้องกันภัยแบบรวมศูนย์ ซึ่งจะทำให้เรารู้ทันภัยคุกคามที่เกิดขึ้นกับตนเองและป้องกันภัยได้แบบ Real Time เพื่อลดความเสี่ยงอันจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อไป