Pages

วันอังคาร, สิงหาคม 2

SRAN Comics | Information Security for Kids


SRAN Comics เกิดจากความคิดที่ว่า "ความมั่นคงปลอดภัยทางข้อมูลควรเริ่มจากตนเองเสียก่อน" จึงเป็นที่มาให้มีการสร้างสื่อที่เข้าใจและเข้าถึงได้แก่ผู้คนทั่วไป โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน

เนื่องด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ตในปัจจุบันมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของผู้คนมากขึ้นและ เป็นผลให้ข้อมูลทั้งดีและไม่ดี ที่มีประโยชน์และไม่มีประโยชน์รวมถึงการใช้งานนั้นเข้าถึงเด็กและเยาวชนมาก ขึ้น ซึ่งจะพบว่าเด็กและเยาวชนในประเทศไทยนั้นยังขาดสื่อที่นำเสนอถึงความเข้าใจ ด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลสารสนเทศอยู่ทางทีมงาน SRAN จึงร่วมกันคิดจนก่อให้เกิดเป็น SRAN Comics ขึ้นเมื่อเดือนกรกฏาคม 2553 ในรูปแบบการ์ตูนนำเสนอในเว็บไซต์ www.sran.org อยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่งและหยุดลงเนื่องจากขาดผู้สนับสนุนและทีมปฏิบัติงานใน การนำเสนอ

จากนั้นไม่นานหลังจากที่ได้หยุดนำเสนอลงในเว็บไซต์ www.sran.org ก็ได้มีเสียงเรียกร้องจากผู้ในแวดวงการให้มีการกลับมาทำอีกครั้ง

Picture 6จนเมื่อเดือนมกราคม 2554 จึงได้มีการปรับปรุง SRAN Comics ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ว่าเราควรมีสื่อที่เด็กและเยาวชนเข้าถึงได้ สร้างความเข้าใจแรกให้เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชน เพื่อให้เกิดภูมิปัญญา และมีความตระหนักถึงภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ข้อมูลสารสนเทศได้ พร้อมทั้งการความรู้ ความเข้าใจในการปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากการใช้งาน ด้วยการ์ตูนที่นำเสนอนั้นมีสีสัน ลายเส้นที่สดใส มีชีวิตชีวาเหมาะสำหรับการสื่อให้เด็กได้เข้าใจถึงพิษภัยต่างๆในการใช้ อินเทอร์เน็ตและการสื่อสารต่อไป

วัตถุประสงค์โครงการ SRAN Comics

1. ต้องการสร้างความตระหนักถึงภัยคุกคามทางด้านข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสาร ในรูปแบบของสื่อที่เข้าใจง่าย โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ที่เรียกว่า "Information Security for Kids"

2. สร้างเสริมประสบการณ์ให้สำหรับผู้เริ่มต้นใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต ให้เกิดความตระหนักรู้ทันถึงภัยคุกคามในโลกออนไลน์ (Information Security Awareness)

3. จัดทำเป็นชุดการ์ตูนโดยมีเนื้อเรื่องที่สื่อสารเข้าใจได้ง่าย เป็นตอนสั้นๆ ที่สื่อถึงการป้องกันภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ตและสื่อออนไลน์


เว็บไซต์ SRAN Comics ที่ http://comic.sran.org

นนทวรรธนะ สาระมาน
Nontawattana Saraman

วันพฤหัสบดี, กรกฎาคม 28

กวีลูกทุ่ง - กลิ่นเกล้า


หวิวไผ่ลู่ลม ยืนชมขอบคันนา ไกลสุดตาฟ้าแดงเรื่อ
หอมกลิ่นฟาง กรุ่นเจือ แกมกลิ่นเนื้อน้องนาง ไม่จางสดใส


.. เห็นหนึ่งน้องนาง เอวบางรูปลอยลม ชวนให้ชมชิดเชยใกล้
ผิวผ่องงามประไพ .. ดูอ่อนไหวพริ้งพราว สาวชาวนาเอย

.. ผมสลวยสวยขำดำเป็นเงา พี่ขอให้นามตัวเจ้า แม่โพสพทรามเชย
อย่าหานางน้องใดไหนเลย เทียบเกยแข่งขันเคียงคู่ ต้องอายอดสูรวงทองเทวี
หอมกลิ่นเกล้านาง เจือจางกลิ่นลั่นทม ลอยกรุ่นลมหวังใจพี่ ถึงอยู่นานกี่ปี
มีแม่ศรีแนบกาย ขอตายบ้านนา


จากบทเพลงกลิ่นเกล้า ของ นริศ อารีย์ เนื้อเพลงอันเป็นดั่งบทกวี โดย ครูไพบูลย์ บุตรขัน
สวยงามมากครับ

นนทวรรธนะ สาระมาน
Nontawattana Saraman

วันอาทิตย์, กรกฎาคม 24

Cloud Computer Authentication Services

การระบุตัวตนในการใช้งานอินเทอร์เน็ต เป็นเรื่องสำคัญโดยเฉพาะหน่วยงานองค์กรที่มีระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (LAN) ที่มีความจำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อใช้งานหากไม่มีการทำการระบุตัวตนก็จะไม่สามารถทราบได้ว่าเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใด มีผู้ใช้งานเป็นใครได้เลย ซึ่งหากมีการกระทำความผิดที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เกิดขึ้นในองค์กรนั้นก็จะสร้างปัญหาไม่น้อยหากไม่สามารถระบุผู้ใดที่ต้นเหตุของการกระทำผิดได้ อีกทั้งอาจจะมีผลต่อกฏหมายในด้านความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลและพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ได้เช่นกัน

ทางกลุ่มพัฒนาวิจัย SRAN ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญเรื่องการระบุตัวตนขึ้น จึงได้พัฒนาและจัดทำระบบระบุตัวในรูปแบบใหม่ผ่านทาง Cloud computing โดยใช้ code name ในการพัฒนาสิ่งนี้ว่า "SRAN Caribou"

เหตุผลที่ต้องเลือกใช้ "SRAN Caribou" มาใช้ในการระบุตัวตน

1. ประหยัด
หลายหน่วยงาน / บริษัท / องค์กร / โรงเรียน ที่มีขนาดกลางและเล็กในประเทศไทย ยังขาดระบบระบุตัวตนในการใช้งานอินเทอร์เน็ต เนื่องจากงบประมาณในการจัดทำค่อนข้างสูง ด้วยเหตุว่าอุปกรณ์ในการจัดทำระบบระบุตัวตนนั้นยังจำเป็นต้องใช้เครื่องแม่ข่าย (Server) และอุปกรณ์รักษาความมั่นคงปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพสูง SRAN Caribou เป็นระบบ Cloud Computer ที่ออกแบบมาใช้เพื่อลดต้นทุนการระบุตัวตนผู้ใช้งานหน่วยงานจึงจะทำให้เกิดการประหยัดงบประมาณในการจัดซื้อไปได้เมื่อเทียบกับการจัดซื้ออุปกรณ์ระบบมาติดตั้งและใช้งานเองในปัจจุบัน

2. มีประสิทธิภาพ
เรื่องการเก็บบันทึกข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Log) ที่ดีควรระบุได้ว่า ใคร (who) , ทำอะไร (what) , เวลาใด (when) ที่ไหน (where) ได้ถึงจะสามารถที่จะสืบหาประวัติ และ ร่องรอยในการกระทำความผิดจากการใช้ข้อมูลสารสนเทศได้อย่างเหมาะสม ซึ่งก็มีส่วน ใคร (who) หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องระบุแค่ว่าเป็น IP Address อย่างเดียวหรือไม่ หรือค่า MAC Address ในตัวเครื่องซึ่งให้เกิดประโยชน์เพิ่มขึ้นควรเพิ่มเรื่อง Account รายชื่อผู้ใช้งานไปด้วยก็จะเป็นเรื่องที่เกิดประโยชน์กับองค์กรมากขึ้น ดังนั้นหากจะนำเอาชื่อผู้ใช้งานในองค์กรมาระบุตัวตนนั้น ก็จะติดปัญหาเช่นเดียวกับข้อ 1 ที่กล่าวไป ระบบที่สามารถแยกแยะรายชื่อในการระบุตัวตนได้นั้นมีราคาค่อนข้างสูง

3. สะดวกสบาย
การออกบบอยู่ในรูปแบบของ Services ทำให้ผู้ใช้งานไม่มีความจำเป็นต้องลงทุนเพิ่มในส่วนการติดตั้งซอฟต์แวร์และจัดหาเครื่องแม่ข่าย (Server) มาใช้ในองค์กร ดังนั้นจะเพิ่มความสะดวกในการบริหารจัดการและใช้งาน

ด้วยเหตุผลหลักที่กล่าวมานั้นเป็นเหตุผลที่ทางทีมพัฒนา SRAN ได้มีการคิดค้นระบบการระบุตัวตนที่ประหยัดต้นทุนและสามารถใช้งานได้ มีความมั่นคงปลอดภัยขึ้น โดยจัดทำขึ้นในรูปแบบ SaaS (Software as a Services) ผ่านระบบ Cloud Computing โดยที่ผู้ใช้งาน หน่วยงาน / บริษัท / องค์กร / โรงเรียน สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องลงทุนซอฟต์แวร์ และ ฮาร์ดแวร์
ดังแผนภาพ
ภาพที่ 1 แผนภาพการใช้งานระบบ SRAN | Caribou ใช้สำหรับการระบุตัวตนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต จะเห็นว่าจะแทนคำว่า site 1 , site 2 คือ หน่วยงาน / บริษัท / องค์กร หรือ โรงเรียน นั้นเอง ดังนั้นหากต้องการจะทำการระบุตัวตนจะทำได้โดยผ่านช่องทางเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ไปยังศูนย์ Data Center ที่เป็นที่ตั้งของระบบ Cloud Computing ที่ใช้ SRAN Caribou อยู่จะทำให้ในแต่ละไซต์งานสามารถทำการระบุตัวตนได้
เมื่อได้มีการระบุตนการใช้งานขึ้นแล้วในแต่ละไซต์จะมีผู้ดูแลไซต์ขึ้นมา 1 account ที่สามารถปรับปรุง เปลี่ยนแปลงและกำหนดสิทธิต่างๆ ที่บริหารจัดการพนักงาน / นักเรียน อื่นๆ ที่อยู่ภายใน หน่วยงาน / บริษัท / องค์กร หรือ โรงเรียนได้เป็นต้น

คุณสมบัติของระบบ SRAN Caribou | Cloud Computer Authentication Services
1. สามารถบริหารจัดการ account ผู้ใช้งานผ่านระบบศูนย์กลางได้โดยผ่านทางอินเทอร์เน็ต
2. สามารถออกรายงาน
- ผลการ Login ตามรายชื่อ account และระยะเริ่มต้นใช้งานอินเทอร์เน็ต / เลิกใช้ ระยะเวลาที่ใช้อินเทอร์เน็ต
- การใช้งานปริมาณข้อมูลอินเทอร์เน็ต ได้แก่ ปริมาณการ upload และ ปริมาณ Download ซึ่งรายงานผลตามรายชื่อผู้ใช้งานภายในหน่วยงาน / บริษัท / องค์กร / โรงเรียน ได้
- จัดเรียงลำดับการใช้งานอินเทอร์เน็ตตามปริมาณข้อมูลการใช้งาน (Bandwidth) ได้จากผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต มากไปน้อย
- สืบค้นหาประวัติการใช้งานอินเทอร์เน็ตจากรายชื่อ account ได้
3. ในฝั่งผู้ใช้งานไม่ต้องมีระบบ Radius Server หรือ Active Directory (Domain Controller) ก็สามารถใช้งานระบบนี้ได้
4. ไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ และ ฮาร์ดแวร์ ที่ฝั่งผู้ใช้งาน (User)
5. ผู้ดูแลระบบสามารถใช้งานผ่าน Web Portal กลางที่ใช้ในการบริหารจัดการระบบ account ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งทำให้ผู้ดูแลระบบไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ เพิ่มเติม

ตัวอย่างหน้าจอบริหารจัดการระบบที่จัดทำขึ้นแล้วที่บริษัท Global Technology Integrated


ภาพที่ 2 หน้าจอระบบบริหารจัดการ จะพบว่ามีการจัดเรียงรายชื่อพนักงานบริษัท Global Technology Integrated ชื่อ user ที่ใช้ออกอินเทอร์เน็ต ค่าไอพี (Private IP Address) ค่า MAC Address วันเวลาที่ผู้ user login ใช้งานอินเทอร์เน็ต


ภาพที่ 3 จะมีการออกรายงานผล ปริมาณข้อมูลการใช้งาน Bandwidth ของแต่ละ user วันเวลาที่เริ่มใช้อินเทอร์เน็ตภายในบริษัท และ ทำการเลิกใช้อินเทอร์เน็ต การรวมค่าการใช้งานอินเทอร์เน็ต ปริมาณข้อมูล upload / download


คุณสมบัติทั้ง 5 ข้อนี้หากจะให้เกิดประโยชน์สูงสุด หน่วยงาน / บริษัท / องค์กร / โรงเรียน ควรมีระบบ Firewall ที่สามารถส่งข้อมูลผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตในส่วนการระบุตัวตนได้ หากไม่มีทาง SRAN สามารถแนะนำได้ที่เบอร์ 02-982 5445 เพื่อที่ให้หน่วยงานของท่านได้มีการระบุตัวตนได้อย่างเหมาะสมและคุ้มค่าแก่การลงทุนมากที่สุด

นนทวรรธนะ สาระมาน
Nontawattana Saraman

วันอาทิตย์, กรกฎาคม 10

หลังฉาก


เมื่อหนังเรื่องหนึ่งจบ และเป็นหนังที่เราถูกใจประทับใจเราคงต้องรออ่านส่วนประกอบต่างๆของหนังเรื่องนั้นได้แก่ใครเป็นผู้กำกับ ใครเขียนบท นักแสดงนำ และนักแสดงสมทบ รวมไปถึงช่างเทคนิคต่างๆ ที่คอยประคองสร้างหนังเรื่องนั้นให้สำเร็จเสร็จสิ้นจนทำให้เราประทับใจได้ เช่นเดียวกันหลายๆ งานที่ผ่านเข้ามาในชีวิตผมนั้นก็ย่อมมีงานที่ประทับใจที่มิใช่คนดูแต่ประทับใจในแง่ความรู้สึกของตนเอง และความรู้สึกของสังคมที่ถูกถ่ายทอดผ่านสื่อสารมวลชน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง

เมื่อย้อนความหลังก็จะเห็นภาพแห่งความสุข ที่เราได้มีส่วนร่วมในงานนั้นๆ เราอดที่จะคิดไม่ได้ว่าฉันเองก็ยืนอยู่ตรงนั้น และทำโน่นทำนี้ เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของงาน ถึงแม้ในงานบางชิ้นเราเป็นเพียงองค์ประกอบย่อย แต่ถึงอย่างไรส่วนเล็กๆที่เราได้เข้ามามีส่วนร่วมนั้นก็ยังสร้างความประทับใจเราได้ในคืนวันที่ผันผ่านไป

ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า ทุกๆคนที่มีชีวิตอยู่ก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนสร้างประวัติศาสตร์ของผืนแผ่นดินที่เราอาศัยอยู่ทั้งสิ้น แล้วแต่ใครจะมองเห็นการกระทำในช่วงนั้นหรือไม่ บางคนอาจยิ้มน้อยยิ้มใหญ่หากมีการพูดถึงเหตุการณ์สำคัญที่ตนเองมีส่วนร่วมอยู่ก็เป็นได้ ถึงแม้ตนเองอาจเป็นท้ายขบวนที่แทบจะไม่มีใครมองเห็น แต่ตนเองย่อมรู้แก่ใจว่าวันเวลานั้นชั่งเป็นเวลาที่ยิ่งใหญ่และสำคัญมากในชีวิตของเขา

ไม่ต่างอะไรกับผมในปัจจุบันหากมองย้อนกลับไป ในหลายๆเหตุการณ์ หากคิดโยงใยความสัมพันธ์ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ ก็จะพบว่ากว่าที่จะมีวันนี้ได้ ก็ย่อมมีอดีตที่เป็นการกระทำวีระกรรมของเรามาในวันวานนั้นเอง

ดังเช่นวันนี้เมื่อได้พบข่าว "ไอซีที ส่งกองไซเบอร์สเกาท์ ร่วมงานครบรอบ100ปีลูกเสือไทย"


เนื้อหา
กระทรวงไอซีที ส่งกองลูกเสือไซเบอร์สเกาท์ ร่วมพิธีทบทวนคำปฏิญาณและสวนสนา​มของลูกเสือ ในวันครบรอบ 100 ปี ลูกเสือไทย....

นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที และผู้บริหารกระทรวงฯ นำกองลูกเสือไซเบอร์ รวมกว่า 40 คน ซึ่งเป็นเครือข่ายอาสาสมัครไซเบอร์สเกาท์ (CyberScout)เข้าร่วมพิธีทบทวนคำปฎิญาณและสวนสนามของลูกเสือ ณ สนามศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติประจำปี 2554 ในวันที่ 1 ก.ค.2554 ที่ผ่านมา โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นประธานในพิธีฯ ซึ่งวันสถาปนาคณะลูกเสือฯ ในปีนี้ยังถือเป็นวันครบรอบ 100 ปีของลูกเสือไทยอีกด้วย

*ไทยรัฐออนไลน์ เมื่อ 5 กรกฎาคม 2554,16.43 น.


เป็นส่วนหนึ่งที่อ่านแล้วผมรู้สึกยิ้มและคิดว่าเราก็เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ โดยเฉพาะเรื่องของหลักสูตรในการเรียนการสอนการขยายผลแกนนำ อาสาสมัคร และการเข้าค่าย หลักสูตรเกิน 50%ที่ผมได้ทุ่มเทเขียนขึ้นในช่วงต้นปีที่ผ่านมานี้เอง ผ่านมาเกือบ 6 เดือน โครงการเกิดขึ้นและได้เสียงตอบรับที่ดีกับอาจารย์(แกนนำ)ในแต่ละภูมิภาค ถึงงานนี้แทบไม่เคยเห็นผมเลยแต่ก็รู้สึกว่าหลักสูตรที่ทำขึ้นมันเป็นจริงขึ้นมาแล้ว

http://www.cyberscout.in.th/information.php

นนทวรรธนะ สาระมาน
Nontawattana Saraman



วันศุกร์, เมษายน 22

ที่ไหนเน็ตเร็วบ้าง กับ Checkspeed.me


"ที่ไหนเน็ตเร็วบ้าง"

เป็นคำถามที่ทำให้เกิดเป็นผลงานชิ้นใหม่ของทีมพัฒนา SRAN ที่ชื่อว่า "Check Speed Me" เว็บไซต์ http://checkspeed.me
ซึ่งเป็น Project ต่อเนื่องจาก CheckIP Me (http://checkip.me ตรวจสอบตนเองก่อนทำการเล่นอินเทอร์เน็ต)

1. ที่มา
จากที่ได้ทำการทดสอบอินเทอร์เน็ตในหลายๆเว็บไซต์ที่เปิดให้บริการ พบ 3 ประเด็นที่ ทีมงาน SRAN Dev คิดอยากทำระบบตรวจสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต (Speed Test) แบบใหม่ที่แตกต่างจากเดิม คือ

1.1 พบว่าในหลายเว็บไซต์ที่ให้บริการตรวจสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต (Speed Test) ยังไม่ตอบสนองในเรื่องการระบุตำแหน่งที่ตั้งของการทดสอบความเร็วได้อย่างถูกต้องแม่นยำ หรือ คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงอยู่

1.2 ซอฟต์แวร์ หรือ สคิปต์ (Script) ที่หลายเว็บไซต์ในประเทศไทยนำมาใช้ในการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต (Speed Test) เป็นของต่างประเทศทำเสียส่วนใหญ่ใช้ของ ookla net metrics เกือบทั้งหมดที่ให้บริการในประเทศ

1.3 เมื่อพบว่า ซอฟต์แวร์ หรือ สคิปต์ ที่ใช้ทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต (Speed Test) มักนำเสนอด้วย Flash ดังนั้นหากใช้สมาร์ทโฟนบางยี่ห้อไม่สามารถรองรับการทดสอบความเร็วได้

ทั้ง 3 ประเด็นที่กล่าวมาจึงเป็นที่มาของทีมพัฒนา SRAN จึงได้จัดทำ Check Speed Me ขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาทั้ง 3 ประเด็นที่กล่าว และที่สำคัญเมืองไทยเราจะได้มีซอฟต์แวร์ หรือ สคิปต์ ที่เป็นของคนไทยทำมาใช้กับงานในการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต (Speed Test) ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ใช้บริการในการทดสอบความเร็วต่อไป

2. วัตถุประสงค์ ของการพัฒนา
2.1 มีความต้องการที่จะระบุตำแหน่งและพิกัด ของผู้ทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตได้อย่างอัตโนมัติให้มากที่สุด คลาดเคลื่อนจากตำแหน่งผู้ทดสอบความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตร โดยไม่ต้องพึ่งระบบ GPS

2.2 จัดทำสถิติเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และผู้ใช้งานที่ต้องการทดสอบความเร็วให้สามารถตรวจสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต ในสถานที่ต่างๆได้ อย่างถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น

2.3 ทำระบบให้สามารถระบุค่าตำแหน่ง ค่าไอพี ค่าระบบปฏิบัติการ และค่าบราวเซอร์ เพื่อเป็นการจัดทำสถิติอันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาบริการของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตได้ถูกต้องมากขึ้น

2.4 รองรับระบบเครือข่ายสังคมออนไลน์ เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบความเร็วได้เข้าถึงผู้ใช้งานมากขึ้น

2.5 สำหรับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ที่ต้องการทำสอบความเร็วเน็ตของเครือข่ายตนเอง ก็สามารถดูประวัติการทดสอบและตำแหน่งพิกัดได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งออกเป็นรายงานผลอันแม่นยำมากขึ้น

3. วิธีใช้งาน
การใช้งาน Check Speed Me สามารถทำได้ 2 ทางคือ
- ผ่านเว็บไซต์ http://checkspeed.me
- ผ่าน Facebook Application http://apps.facebook.com/checkspeed

ซึ่งทั้งคู่มีการใช้งานเหมือนกัน เมื่อเข้าใช้บริการ Check Speed Me
3.1 ข้อควรปฏิบัติ ดังนี้

- หากใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไป ไม่ว่าเป็นคอมพิวเตอร์ ตั้งโต๊ะ (PC) หรือ โน็ตบุ๊ค (Notebook) ควรใช้บราวเซอร์ (Browser) ที่ทันสมัย เช่น
  • Microsoft Internet Explorer 9.0 and up
  • Mozilla Firefox 3.5 and up
  • Apple Safari 5.0 and up
  • Google Chrome 5.0 and up
  • Opera 10.6 and up
  • iPhone 3.0 and up
  • Android 2.0 and up

ซึ่งในปัจจุบันส่วนใหญ่แล้วบราวเซอร์จะให้ผู้ใช้งานอัพเดทเวอร์ชั่นใหม่ให้โดยอัตโนมัติอยู่แล้วจึงไม่มีปัญหาในการใช้บริการ Check Speed Me สำหรับใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไปทดสอบ

ในคอมพิวเตอร์ควรทำการ Allow location เมื่อบราวเซอร์ (Browser) จากคอมพิวเตอร์ หรือ จากมือถือ ได้ถาม เพราะส่วนนี้จะทำให้ทราบตำแหน่งที่ใกล้เคียงความเป็นจริงของผู้ใช้งานมาก ที่สุด คลาดเคลื่อนไม่เกิน 5 กิโลเมตรจากตำแหน่งผู้ใช้งาน

- หากใช้สมาร์ทโฟน / Tablet นั้นสามารถใช้บริการนี้ต้องเปิด Location Services ที่ชนิดบราวเซอร์ (Browser) ไว้ก็สามารถใช้งานได้ทันที



เมื่อได้เปิดเข้าเว็บไซต์ http://checkspeed.me จะเห็นว่าบราวเซอร์ถามให้คลิกเพื่อแชร์ตำแหน่ง ให้ผู้ใช้งานคลิก Share Location


การทดสอบความเร็วกดปุ่ม Click here! ระบบจะทำการ Loading เพื่อตรวจสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต

3.2 เมนูและการใช้งาน

เมนูใน Check Speed Me ประกอบด้วย
- Top Speed จัดเรียงสถิติผู้ให้บริการรายใดที่ทำการทดสอบความเร็วแล้วมีค่า Bandwidth สูงที่สุด
(786 x 512)


ภาพแสดงผลสถิติในเมนู Top Speed จากภาพเป็นผลการเก็บสถิตเริ่มต้นในวันที่ 22 เมษายน 2554

- Organization จัดเรียงค่าเฉลี่ย Bandwidth ตามรายชื่อหน่วยงาน / ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต
การวัดค่าความเร็ว Bandwidth ในส่วนนี้จะเกิดจากการวัดจากค่าเฉลี่ย จากจำนวนครั้งที่ทดสอบโดยทำการเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย


ภาพแสดงผลสถิติในเมนู Organization จากภาพเป็นผลการเก็บสถิตเริ่มต้นในวันที่ 22 เมษายน 2554

- Location คือจัดทำสถิตการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต ตามที่อยู่ของผู้ที่ทำการทดสอบ ซึ่งส่วนนี้จะทำให้เราทราบว่า ตำแหน่ง / ที่อยู่ / สถานที่ ใดที่มีความเร็วในการใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงสุด ซึ่งค่าการจัดสถิติที่ได้นั้นเป็นค่าเฉลี่ยจากการทดสอบ โดยทำการเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย


ภาพแสดงผลสถิติในเมนู Location จากภาพเป็นผลการเก็บสถิตเริ่มต้นในวันที่ 22 เมษายน 2554

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ก็ถือว่าเป็นอีกผลงานหนึ่งที่ทีมพัฒนา SRAN ความตั้งใจและภูมิใจนำเสนอ
ช่วงนี้จึงอยากขอความร่วมมือ พี่น้องในสังคมออนไลน์ (Facebook Check Speed ME) ลองช่วยกันทดสอบกันหน่อย เพื่อว่าจะได้มีการแก้ไขปรับปรุงโปรแกรมให้ดีขึ้นต่อไป

นนทวรรธนะ สาระมาน
ขอบคุณครับ

Link ผลงาน SRAN พัฒนา ที่ได้จัดทำในรูปแบบ Web-base Application

SRAN Data Safehouse : http://safehouse.sran.net
SRAN Lookup : http://www.sran.org
Check IP Me : http://checkip.me
Protect your Link : http://sran.it
olo Mission invisible : http://olo.im

วันศุกร์, เมษายน 1

ปฏิบัติการล่องหนกับไอแอมโอโล่ (I'm olo)


"ท่องเน็ตไม่ต้องกลัวใครจับได้"

SRAN Technology ทำเอามันส์ อีกแล้วครับท่าน อันนี้ทำขึ้นเพื่อตอบสนองนักซ่อนตัวทางอินเทอร์เน็ต

โดยเฉพาะคนคิดและคนที่ทำ จากทีมพัฒนา SRAN หรือเรียกสั้นๆว่า SRAN Dev หลังจากเขาทั้งสอง มีเวลาว่างมากขึ้น เลยมานั่งครุ่นคิดถึงเทคนิคและวิธีการเพื่อใช้ในการอำพรางตนเองให้ปราศจากการติดตามตัวบนโลกอินเทอร์เน็ตขึ้น เรียกแบบหนังดาม่า ว่า "ปฏิบัติการล่องหน (Mission Invisible)" ขึ้นมาโดยใช้ชื่อเครื่องมือนี้ว่า "I 'm olo (ไอแอม โอโล่)" เริ่มสนุกกันแล้วล่ะ ดังนั้นมาดูว่า ไอแอมโอโล่เกิดขึ้นได้อย่างไร

"ไอแอมโอโล่ I 'm olo เกิดขึ้นมาจากความคิดที่แตกต่าง"

ความแตกต่าง นั้นคือ
หลายคนมีปัญหาว่าจะเข้าเว็บไซต์ที่ถูกปิดกั้นได้อย่างไร จะหนี Web master (ผู้ดูแลเว็บไซต์) จากค่า Log ที่ปรากฏขึ้นบน Web Server ได้อย่างไร ไม่ให้เขาตามฉันเจอ จะหนีอย่างไร จะหลบซ่อนตัวอย่างไรบนโลกอินเทอร์เน็ต นั้นแหละคือที่มาของไอแอม โอโล่ (I'm olo) หากแต่ทีม SRAN Dev พกความไม่ธรรมดามาด้วยจึง เกิดการประยุกต์และดัดแปลงให้ดูแตกต่างจากทั่วไปเสียหน่อย ดังนี้

ไอแอม โอโล่ (I'm olo) จะเป็นการผสมผสานระหว่าง Proxy Server ที่ต่อเชื่อมกันอยู่บนโลกอินเทอร์เน็ตให้ผ่านช่องทางเดียวกล่าวคือให้ ไอแอม โอโล่ (I'm olo) เป็นตัวติดต่อสื่อสารให้ ผ่านช่อง Web proxy แทนด้วยเหตุว่าจะทำให้ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องลงโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ใดๆ ในเครื่อง และทำการสุ่มค่า (Random IP Address) ทุกครั้งเมื่อมีการติดต่อสื่อสาร โดยค่า IP Address ที่สุ่มขึ้นมานั้นจะเกิดจาก Proxy server ที่กระจายอยู่ทั่วโลก เมื่อทำการติดต่อสื่อสารกับ Proxy Server ได้แล้วจะมีการเข้ารหัสข้อมูลเพื่อความปลอดภัย ให้ผู้ใช้งานเกิดความมั่นอกมั่นใจ ว่าไร้การดักข้อมูลของเราผ่านอินเทอร์เน็ตได้ และเมื่อ Proxy Server ตัวใดไม่สามารถทำงานได้ปกติ ไอแอม โอโล่ (I'm olo) ก็จะทำการค้นหา Proxy Server ตัวใหม่เพื่อให้เราติดต่อสื่อปลายทางได้อย่างอัตโนมัติ

ประโยชน์ของ I 'm olo (ไอแอมโอโล่)
1. ไม่ต้องลงซอฟต์แวร์ใดๆ เพิ่มเติมนอกจากมี โปรแกรม Web Browser
2. ไม่ต้องลง Plugin ใดๆจาก Web Browser สามารถทำงานได้ทันที
3. รองรับกับ Web Browser ทุกชนิด ไม่ว่าจะเก่าหรือใหม่ ไม่ว่าจะผ่าน smart phone หรือ จากคอมพิวเตอร์
4. รองรับทุกระบบปฏิบัติ ไม่ว่าจะใช้ Linux , window หรือ MAC OS ก็สามารถใช้ I'm olo ได้
5. ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครสืบหา Log ที่ปรากฏได้เพราะ I'm olo จะมีการเปลี่ยนค่า IP ตลอดเวลา
6. ซ่อน IP Address จริงของฉันได้ ตาม concept เล่นอินเทอร์เน็ตแบบล่องหน Mission invisible
7. ทำการเข้ารหัส URI เพื่อป้องกันการตรวจสอบ
8. สามารถทำเป็น short URL ผ่าน Web proxy ได้ทำให้ ชื่อ URL ที่ส่งให้เพื่อนปลอดภัยและสั้นลง จดจำได้อย่างสะดวก
9. ทุกการติดต่อสื่อสารผ่าน I'm olo นั้นจะมีการเข้ารหัส (Encryption) เพื่อป้องกันการดักข้อมูลผ่านทางอินเทอร์เน็ตทุกครั้ง

ลักษณะการทำงานของ โอโล่ (olo)
ภาพที่ 1 คือการทำงานของ ไอแอม โอโล่ (I'm olo) ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด เพียงแค่คุณคลิกเข้าเว็บ http://olo.im แล้วเปิดเว็บที่คุณต้องการ มันจะทำการซ่อนตัวให้คุณเอง จากแผนภาพจะพบว่า ไอแอม โอโล่ (I'm olo) จะสร้าง IP Address ใหม่ทุกครั้ง ตรวจสอบได้เมื่อคุณลองคลิก checkip.me จะพบว่า IP Address เราได้เปลี่ยนไปแล้ว

ขั้นตอน
- ทำการเปิดเข้าเว็บ http://olo.im จะสังเกตเห็นดังนี้


ภาพที่ 2 จะเห็นว่าเมื่อเข้าใช้งานไอแอมโอโล่ ในหน้าเพจแรก จะมีการแจ้งบอกค่า IP Address ที่แท้จริงของเรา รวมทั้งบอกสถานที่อยู่ที่เราได้รับค่า IP Address จริงนั้น จากนั้นหากต้องการเปลี่ยนค่า IP Address และทำการตรวจสอบว่าเปลี่ยนได้จริง ให้พิมพ์ที่ช่องกรอกข้อมูลว่า checkip.me

ขั้นตอนที่ 2 ทำการตรวจสอบ IP Address ใหม่


ดังที่ภาพที่ 3 เมื่อทำการตรวจสอบ IP Address เครื่องตนเองพบว่าได้ย้าย IP Address ไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกาไปเรียบร้อยแล้ว เพียงแค่คลิกเดียว

ขั้นตอนพิสูจน์ว่าจะมีการเปลี่ยน IP Address แบบสุ่มหรือไม่ ทำการตรวจสอบอีกครั้งโดยเข้าไปที่ Checkip.me ซึ่งอาจต้องรอสัก 5-10 นาที แล้วทำการตรวจสอบ IP Address ใหม่อีกครั้ง



ภาพที่ 4 ลองตรวจสอบค่า IP Address อีกครั้งโดยคลิก checkip.me ผลปรากฏว่า IP Address ย้ายจากสหรัฐอเมริกา ไปที่ประเทศอังกฤษ แล้ว ทั้งที่ IP Address แท้จริงเราอยู่เมืองไทย

แค่นี้ไม่ต้องลงโปรแกรมก็ทำให้คุณเปลี่ยนค่า IP Address ได้ตลอด ซึ่งมีผลทำให้การตามตัวตนที่แท้จริงนั้นจะทำลำบากขึ้นมากในทางเทคนิค
อย่างงี้ต้องลองพิสูจน์ด้วยตัวคุณเอง โดยเข้าไปที่ http://olo.im

นอกจากนี้ใน I 'm olo ยังมีการแสดงข้อมูลค่า Proxy ที่เกิดขึ้นทั่วโลกมาแสดงผลแบบ Real - Time คือมีการอัพเดทข้อมูลอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งทำการเก็บบันทึกค่า Proxy ที่เรียกว่า Proxy Archive ให้สามารถสืบหา IP Address ของ proxy ที่เคยเปิดให้บริการได้อีกด้วย



ภาพที่ 5 คือการค้นหา Proxy Archive สำหรับเคยเป็น Proxy server ที่ตั้งในประเทศไทย

ไอแอม โอโล่ (I'm olo) กับ ปฏิบัติการล่องหน
เปิดทำการแล้ว ทุกวัน ทุกเวลา ที่ http://olo.im หากท่านใช้งานแล้วช้า อืด ไม่ทันใจ ขออภัย เนื่องจากยังอยู่ในขั้นตอนทดสอบเพื่อใช้งานจริง ให้ถือเสียว่า ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม หรือ ช้า แต่ ชัวล์ เป็นต้น

ขอให้ทุกท่านมีความสุขเมื่อได้ใช้ งานไอแอม โอโล่ (I'm olo) : )
สวัสดี



นนทวรรธนะ สาระมาน
Nontawattana Saraman

วันอังคาร, กันยายน 14

ร่วมตรวจสอบเว็บไทย ให้ปลอดภัยจากภัยร้าย

อีกหนึ่งโครงการดีๆ ที่จัดทำขึ้นโดยทีมพัฒนา SRAN
ชื่อโครงการภาษาไทย เรียก "คอมพิทักษ์" ภาษาอังกฤษใช้ว่า "Comsentry"

ที่มาโครงการ เพื่อเป็นรวบรวมข้อมูลการใช้งานที่เกิดขึ้นบนโลกอินเทอร์นเน็ต มาทำการตรวจสอบความไม่ปลอดภัยที่เกิดขึ้นจากการใช้งานข้อมูล และใช้ในการสืบค้นหาข้อมูลที่ปลอดภัยปราศจากไวรัสและภัยคุกคามจากการท่องโลกอินเทอร์เน็ต

คอมพิทักษ์ ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ
1. ส่วนการสืบค้นหาข้อมูล : จัดทำเพื่อหาข้อมูลรายชื่อบุคคล ค่า IP , Domain , ASN และ E-mail เพื่อดูประวัติการใช้งานในโลกอินเทอร์เน็ตจากการทิ้งร่องรอยไว้ไม่ว่าเป็นการใช้งานติดต่อสื่อสารในเว็บบอร์ด ข้อมูลสังคมออนไลน์ (Social Network) ทั้งนี้สามารถค้นหาประวัติข้อมูล จาก ข้อมูลไอพี (IP) , ข้อมูลรายชื่อโดเมนแนม (Domain name) และข้อมูลค่าหมายเลข AS (Autonomous System) และคำค้นหาอื่น โดยจัดเรียงเหตุการณ์ตามวันเวลา
โดยทีมงาน SRAN ได้พัฒนาการค้นหาชนิดพิเศษที่ใช้เทคนิคที่เรียกว่า "semantic search" นั้นหมายถึงการรวบรวมข้อมูลจากฐานข้อมูลหลายๆที่มาแสดงผลในที่เดียว ได้แก่การนำการค้นหาจาก google , bing ,yahoo , alexa , zone-h , Phishtak ,Hurricane Electric Internet รวมถึงการได้ข้อมูลจาก Honeypot มาคัดแยกข้อมูล (Correlation) เพื่อนำค่ามาประมวลจนทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ใช้งาน

2. ข้อมูลและสถิติ : ข้อมูลภัยคุกคามที่เกิดขึ้นไม่ว่าเป็นภัยคุกคามจากไวรัสคอมพิวเตอร์ , ข้อมูลการโจมตีเว็บไซต์ ภัยคุกคามที่เกิดจากอีเมล์ขยะ โดยคัดแยกเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยจัดเรียงเป็นฐานข้อมูลโดยแบ่งได้ดังนี้

2.1 ข้อมูลและสถิติ เว็บไซต์ในประเทศไทยที่ถูกโจมตี เช่น เว็บที่ถูกแก้ไขข้อมูลจากนักโจมตีระบบ (Web Defacement) , เว็บใช้เป็นเครื่องมือในการโจมตีของนักโจมตีระบบ เป็นต้น ทั้งนี้จัดทำเป็นสถิติตามรายชื่อโดเมน ทั้งที่เป็นภาพรวมระบบ สถิติรายปี รายเดือน เพื่อให้ทราบถึงภัยคุกคามและได้ปรับปรุงให้ปลอดภัยมากขึ้น

2.2 ข้อมูลและสถิติ เว็บไซต์ในประเทศไทยที่เป็นฟิชชิ่ง (Phishing) เช่น เว็บที่มีลิงค์ที่หลอกหลวงให้เราเข้าหน้าเว็บไซต์ที่ผิด ซึ่งอาจเป็นภัยคุกคามแก่การใช้ข้อมูลและการทำธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ตได้ โดยจะคัดแยกเฉพาะเว็บไซต์ในประเทศไทย ที่มีโอกาสเป็นฟิชชิ่ง (Phishing) ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจในการเผยแพร่ เพื่อให้รับทราบและได้แก้ไขได้ถูกต้อง ทั้งนี้จะมีการจัดทำเป็นภาพรวมระบบ สถิติตรายปี รายเดือน เพื่อใช้ในการพยากรณ์ข้อมูลและใช้ในการปรับปรุงให้ปลอดภัยมากขึ้นในอนาคต

2.3 ข้อมูลและสถิติ เว็บไซต์ในประเทศไทยที่มีโอกาสติดไวรัสคอมพิวเตอร์ ได้แก่ เว็บไซต์ที่มีไฟลล์เอกสารที่มีความเสี่ยง ให้ผู้ใช้งานได้มีการดาวโหลด (Download) ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ เว็บไซต์ที่มีสคิปอันเป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน เป็นต้น ทั้งนี้จะมีการจัดทำเป็นภาพรวมระบบ สถิติตรายปี รายเดือน เพื่อใช้ในการพยากรณ์ข้อมูลและใช้ในการปรับปรุงให้ปลอดภัยมากขึ้นในอนาคต

2.4 ข้อมูลและสถิติ เครื่องแม่ข่ายในประเทศไทยที่มีโอกาสเป็นเครื่องแพร่อีเมล์ขยะ (Spam) ตรวจสอบจากไอพีในประเทศไทยที่มีการแพร่กระจายอีเมล์ที่มีหัวข้อ (Subject) ในบัญชีดำ เป็นการโฆษณาขายสินค้า ที่มากเกินไป มีข้อความที่สร้างความน่ารำคาญ และผู้บริโภคไม่ต้องการได้รับ ซึ่งรายชื่อบัญชีดำ (Blacklist) ได้จากฐานข้อมูลจาก Honeypot Project โดยคัดแยกเฉพาะประเทศไทย ทั้งนี้จะมีการจัดทำเป็นภาพรวมระบบ สถิติตรายปี รายเดือน เพื่อใช้ในการพยากรณ์ข้อมูลและใช้ในการปรับปรุงให้ปลอดภัยมากขึ้นในอนาคต

3. การให้ความรู้ ทางคอมพิทักษ์ มีบทความให้ความรู้ในแนวทางการป้องกันภัยคุกคามต่างๆจากการใช้ข้อมูลอินเทอร์เน็ต รวมถึงการทำการ์ตูนเพื่อสร้างความตระหนักในการใช้ข้อมูลสารสนเทศ เพื่อสร้างเป็นสื่อความรู้ที่เข้าใจง่ายขึ้นและเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับนักท่องอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย

ทั้งนี้ "คอมพิทักษ์" ได้จัดให้มีหน้าสมาชิกเพื่อคนที่ต้องการมีส่วนร่วมในการแจ้งเตือนเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมและควรปรับปรุงด้านความมั่นคงปลอดภัยข้อมูล อีกทั้งสามารถร่วมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวประเทศไทยจากภาพสวยๆ จากการไปเที่ยวมาได้มีโอกาสแสดงภาพถ่ายนั้นเป็นภาพพื้นหลัง (Background) ของฉากเว็บไซต์ได้อีกด้วย

photo
ภาพหน้าจอระบบ คอมพิทักษ์ ในเว็บ www.sran.org

ในขณะนี้ คอมพิทักษ์ ยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา และคิดว่าจะพร้อมเปิดใช้งานได้เต็มที่ในเร็วๆ นี้

นนทวรรธนะ สาระมาน
Nontawattana Saraman